posttoday
เงินฝากเม.ย.ลดฮวบฮาบสินเชื่อเพิ่มไม่หวืวหวา

เงินฝากเม.ย.ลดฮวบฮาบสินเชื่อเพิ่มไม่หวืวหวา

26 พฤษภาคม 2554

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้รวบรวมข้อมูลสภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้รวบรวมข้อมูลสภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย

ที่ประกอบด้วยธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง (เบื้องต้น) ณ สิ้นเดือน เม.ย. 2554 เทียบกับสิ้นเดือน มี.ค. 2554 และสิ้นปี 2553 พร้อมประเมินแนวโน้มสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ในระยะถัดไป

เดือน เม.ย. 2554 : สินเชื่อเพิ่มด้วยขนาดที่น้อยลงตามคาด เงินฝากลดลงอีก แต่สภาพคล่องในงบดุลของแบงก์ไทยยังคงเพิ่มขึ้นได้ จากการเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (ตั๋วแลกเงิน)

nสินเชื่อเพิ่ม...เงินฝากลด...ตั๋วแลกเงินเพิ่ม

โดย ณ สิ้นเดือน เม.ย. 2554 ยอดเงินให้สินเชื่อสุทธิ (หักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ) ของ 14 ธนาคารพาณิชย์ไทย มีจำนวน 6.76 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.11 หมื่นล้านบาท จาก 6.75 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2554 (จากการเพิ่มขึ้นในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่และกลุ่มธนาคารขนาดเล็ก ขณะที่สินเชื่อสุทธิของกลุ่มธนาคารขนาดกลางลดลง)

เงินฝากเม.ย.ลดฮวบฮาบสินเชื่อเพิ่มไม่หวืวหวา

 

ทั้งนี้ สินเชื่อที่เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนด้วยขนาดที่น้อยลง สะท้อนถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัจจัยชั่วคราว ทั้งจากเหตุภัยพิบัติในญี่ปุ่นและผลทางด้านฤดูกาลตามจำนวนวันทำการที่มีน้อยในเดือนนี้ อันมีผลต่อความต้องการเบิกใช้สินเชื่อของภาคธุรกิจเอกชน

ด้านยอดเงินฝาก ณ สิ้นเดือน เม.ย. 2554 มีจำนวน 6.99 ล้านล้านบาท ลดลง 1.43 หมื่นล้านบาท จาก 7.00 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2554 (ตามการลดลงของเงินฝากในกลุ่มธนาคารขนาดกลางและกลุ่มธนาคารขนาดเล็ก ขณะที่เงินฝากของกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ยังคงเพิ่มขึ้น) ด้านตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (ซึ่งมีตั๋วแลกเงินเป็นหนึ่งในองค์ประกอบ) เพิ่มขึ้นอีก 8.18 หมื่นล้านบาท จาก 1.21 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2554 มาที่ 1.295 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ การลดลงของเงินฝากและการเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม คาดว่ายังคงเป็นผลจากการปรับกลยุทธ์การระดมเงินของธนาคารพาณิชย์ ที่ส่วนหนึ่งเป็นไปเพื่อรับมือกับการทยอยลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 2554 นี้

จากการเปลี่ยนแปลงของแหล่งที่มาและใช้ไปของเงินทุนดังกล่าว ซึ่งแม้เงินฝากจะปรับลดลงและสินเชื่อเพิ่มขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม ส่งผลให้สภาพคล่องที่ธนาคารพาณิชย์ไทยในเดือน เม.ย. 2554 ปรับเพิ่มขึ้นได้เมื่อเทียบกับเดือนก่อน

nสินทรัพย์สภาพคล่องในงบดุลของธนาคารพาณิชย์ไทยตามความหมายกว้าง (รวมเงินสด เงินลงทุนสุทธิในตลาดเงินระยะสั้น และเงินลงทุนสุทธิในหลักทรัพย์–รวมเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมสุทธิ) เพิ่มขึ้นอีกจากเดือนก่อน โดย ณ สิ้นเดือน เม.ย. 2554 สภาพคล่องดังกล่าวมีจำนวน 2.44 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 4.77 หมื่นล้านบาท จาก 2.39 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2554 อันเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นในเงินสดและเงินลงทุนสุทธิในตลาดเงินระยะสั้น

ขณะที่เงินลงทุนสุทธิในหลักทรัพย์ (รวมเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมสุทธิ) ลดลง ทั้งนี้การเพิ่มขึ้นของสภาพคล่องดังกล่าว สะท้อนการเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธนาคาร นำโดยกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่และกลุ่มธนาคารขนาดกลาง ขณะที่หากไม่รวมเงินลงทุนในบริษัทย่อยและและบริษัทร่วมสุทธิแล้ว สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์จะอยู่ที่ระดับ 2.24 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน เม.ย. เพิ่มขึ้นเช่นกันจาก 2.18 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน มี.ค. ซึ่งยังคงเป็นระดับที่สูงและเพียงพอสำหรับการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะที่เหลือของปีนี้

ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2554 : สภาพคล่องธนาคารพาณิชย์ไทยเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2553

nสินเชื่อ เงินฝาก รวมทั้งตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม ล้วนเพิ่มขึ้น โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2554 เงินให้สินเชื่อสุทธิ (หักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ) เพิ่มขึ้น 2.55 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 3.92% จาก ณ สิ้นปี 2553 ขณะที่เงินฝากเพิ่มขึ้น 1.57 แสนล้านบาท หรือ 2.3% จาก ณ สิ้นปี 2553 ส่วนตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม เพิ่มขึ้น 2.97 แสนล้านบาท จาก ณ สิ้นปี 2553

nสภาพคล่องตามความหมายกว้างเพิ่มขึ้น โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2554 สภาพคล่องดังกล่าวเพิ่มขึ้น 2.42 แสนล้านบาท จากระดับประมาณ 2.20 ล้านล้านบาท ณ สิ้นปี 2553

แนวโน้มในระยะถัดไป : ยอดการปล่อยสินเชื่อที่อาจชะลอลงชั่วคราว ส่งผลให้สภาพคล่องน่าจะรักษาระดับสูง ขณะที่การแข่งขันที่เข้มข้นในผลิตภัณฑ์เงินฝากและตั๋วแลกเงินเป็นผลดีต่อผู้ออม

หลังจากที่เพิ่มขึ้นในช่วง 4 เดือนแรกของปี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าแนวโน้มสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทยในระยะถัดไป โดยเฉพาะในไตรมาส 2/2554 น่าที่จะยังรักษาระดับสูงไว้ได้ต่อเนื่อง อันเป็นผลหลักจากการขยายสินเชื่อที่คาดว่าโมเมนตัมอาจชะลอตัวลงจากปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตในบางอุตสาหกรรมที่คงจะยังได้รับผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติและการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าในญี่ปุ่น ภาวะค่าครองชีพสูงในประเทศ รวมถึงการลงทุนในบางโครงการภาครัฐที่อาจต้องรอความชัดเจนจากนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่

ทั้งนี้ แม้ว่าการจัดงานมหกรรมการเงิน Money Expo และการแข่งขันกับผู้เล่นในตลาดตามแรงกระตุ้นของนโยบายจากภาครัฐ รวมถึงการใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอม อาจมีส่วนช่วยสนับสนุนยอดการปล่อยสินเชื่อโดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อยบางประเภท แต่สินเชื่อเช่าซื้อรถ ซึ่งเป็นแรงสนับสนุนการเติบโตของสินเชื่อรายย่อยในระยะที่ผ่านมา อาจมีสัญญาณการเพิ่มขึ้นในทิศทางที่ช้าลงตามยอดขายรถ เช่นเดียวกับสินเชื่อธุรกิจบางประเภทที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยชั่วคราวต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น

อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ทยอยคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลัง แรงส่งการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ยังมีอยู่ ประกอบกับกิจกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ตลอดจนปัจจัยด้านอุปทานจากการขยายสินเชื่อเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายของแต่ละธนาคาร ก็น่าจะส่งผลให้ยอดสินเชื่อสุทธิกลับมามีโมเมนตัมที่เร่งขึ้นได้

ในด้านการระดมเงินนั้น คาดว่าการแข่งขันที่ยังคงเข้มข้นต่อเนื่องทั้งกับธนาคารพาณิชย์ด้วยกันเองและกับคู่แข่งอื่นๆ รวมทั้งการปรับกลยุทธ์เพื่อเตรียมรับมือกับการทยอยลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในเดือน ส.ค. 2554 ผนวกกับวัฏจักรขาขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่น่าจะยังมีความต่อเนื่องไปอีกในช่วง 12 เดือนข้างหน้าเป็นอย่างน้อย คงจะส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ไทยยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินออม ทั้งเงินฝากและตั๋วแลกเงินพิเศษที่ให้ผลตอบแทนในระดับที่แข่งขันได้และตอบโจทย์ลูกค้าในจังหวะที่หนาแน่นสลับกับผ่อนลงบ้างตามฐานะสภาพคล่องของแต่ละธนาคารเป็นหลัก ซึ่งแนวโน้มดังกล่าว ก็น่าจะเป็นผลดีในการช่วยเพิ่มทางเลือกที่ตรงใจให้กับผู้ออมได้มากขึ้น  

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ