posttoday
กุลสตรียกเครื่องเอาใจวัยโจ๋

กุลสตรียกเครื่องเอาใจวัยโจ๋

25 พฤษภาคม 2554

ตอกย้ำแบรนด์ไทยนาน37ปี กรุยทางสู่เสรีอาเซียนปี’58

ตอกย้ำแบรนด์ไทยนาน37ปี กรุยทางสู่เสรีอาเซียนปี’58

“กุลสตรี” ปรับตัวเร่งสร้างแบรนด์แกร่งขยายฐานกลุ่มเป้าหมายรุ่นใหม่รับเออีซีปี 2558 ดันส่งออกเพิ่ม 20%

นายบุญธรรม รัตนจรัสโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายชุดชั้นในกุลสตรี บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ผลิตและทำตลาดสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนม เปิดเผยว่า นับจากนี้ไปบริษัทจะทำตลาดเชิงรุกผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์กุลสตรี ไปพร้อมกับการสร้างความแข็งแกร่งตราสินค้าที่เป็นของคนไทย ที่มีอายุในตลาดมานานถึง 37 ปีในปัจจุบัน

ล่าสุดได้เปิดตัวกุลสตรี ชุดชั้นในสตรีภายใต้คอลเลกชัน “ใหญ่ เล็ก ชิด ห่าง” เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายสาวไทยคนรุ่นใหม่ อายุ 15-24 ปีขึ้นไป หลังสำรวจพบว่า “กุลสตรี” เป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคจดจำได้ดีเป็นลำดับ 2 ในตลาดชุดชั้นในรองจากแบรนด์วาโก้ จากกลุ่มเป้าหมายเดิมแบรนด์กุลสตรีมีอายุ 35 ปีขึ้นไป

พร้อมกันนี้ ได้ใช้งบ 20 ล้านบาท จัดกิจกรรมตลาดแบบผ่านสื่อ (อะโบฟเดอะไลน์) และกิจกรรมตลาดแบบไม่ผ่านสื่อ (บีโลว์เดอะไลน์) พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา (ทีวีซี) ชุด “เปิดอก” เพื่อตอกย้ำแบรนด์และภาพลักษณ์ของไลน์สินค้ากลุ่มใหม่ดังกล่าว

ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่น่าสนใจ ด้วยจำนวนประชากรหญิงกลุ่มนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจุบันมีอยู่กว่า 5 ล้านคน จากจำนวนประชากรหญิงในไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป มีจำนวน 27,415,000 คน

“พฤติกรรมการเลือกซื้อชุดชั้นในของผู้หญิงในปัจจุบันเปลี่ยนไป ไม่ตัดสินใจซื้อเพราะราคาหรือแบรนด์สินค้าเท่านั้น แต่จะให้ความสำคัญกับการออกแบบทันสมัยด้วย” นายบุญธรรม กล่าว

นอกจากนี้ ยังเห็นเป็นโอกาสในการขยายการทำตลาดส่งออก จากการเปิดเสรีการค้าอาเซียน (อาฟตา) และการก้าวสู่เศรษฐกิจประชาคมอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ทำให้อัตราภาษีนำเข้าเหลือ 0%

ทั้งนี้ หากบริษัทสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์กุลสตรีในประเทศในฐานะที่เป็นโรงงานผู้ผลิตสินค้าแบรนด์ตัวเอง หรือโอบีเอ็มได้แล้ว ก็จะสามารถทำตลาดอาเซียนได้ง่ายขึ้น และใช้การว่าจ้างผลิตจากประเทศอื่นที่มีแรงงานถูกกว่าในไทยที่เริ่มขาดแคลน

จากแนวทางดังกล่าวในปีนี้ จะทำให้บริษัทสามารถทำยอดขายได้เติบโต 30% จากปีที่แล้วมียอดขายประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเติบโตสูงสุดในรอบ 10 ปี จากที่ผ่านมาจะเติบโตเฉลี่ย 12% ต่อปี พร้อมคาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 12% จากเดิมอยู่ที่ 10%

ปัจจุบันตลาดชุดชั้นในมีมูลค่ารวมประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มระดับบน (ราคา 700 บาทขึ้นไป) มูลค่า 5,000 ล้านบาท ระดับกลาง (ราคา 200-700 บาท) 5,000 ล้านบาท และระดับล่าง (ราคาต่ำกว่า 200 บาท) มูลค่า 2,000 ล้านบาท โดยแบรนด์กุลสตรีอยู่ในตลาดระดับกลาง และเป็นผู้นำในตลาดนี้

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ