
เงินบาทแกว่งธปท.ประคองทองคำส่อขยับ
เงินบาทแกว่งหนัก ประสาร ลั่นเน้นประคองอิงพื้นฐานเศรษฐกิจ
เงินบาทแกว่งหนัก ประสาร ลั่นเน้นประคองอิงพื้นฐานเศรษฐกิจ
ค่าเงินบาทวันที่ 23 พ.ค. แกว่งหนัก 1015 สตางค์ เปิดตลาดที่ 30.33 บาท/เหรียญสหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.42/43 บาท/เหรียญสหรัฐ จากความกังวลปัญหาหนี้สินในกรีซที่ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลงไปถึง 3 ระดับ จนส่งผลให้เงินยูโรอ่อนค่าลงไปมากเมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐ
นักค้าเงินธนาคารกรุงเทพ ไทยพาณิชย์ และซีไอเอ็มบี ไทย ต่างประเมินว่า ค่าเงินบาทวันที่ 24 พ.ค. มีแนวโน้มอ่อนค่าลงไปอยู่ในกรอบ 30.3530.45 บาท/เหรียญสหรัฐ และประเมินว่าจะมีการลงทุนในทองคำเพิ่ม ทำให้ราคาทองคำขยับขึ้น
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกและตลาดเงินมีความอ่อนไหว โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ประเทศสเปนจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งอาจจะมีการนำข้อมูลการเงินและตลาดเงินมาเปิดเผย และอาจมีผลให้ค่าเงินยุโรปอ่อนค่าลง อาจมีผลให้อัตราแลกเปลี่ยนผันผวนมากขึ้น
“ช่วงนี้ ธปท.ไม่ได้เข้าแทรกแซงค่าเงินบาท เพราะคนไทยชอบบาทอ่อนเพราะเป็นประเทศส่งออก ทำให้ ธปท.ไม่ต้องเข้าไปดำเนินการใดๆ แต่ ธปท.พยายามดูแลให้มีเสถียรภาพ ไม่เอียงไปทางอ่อนค่าหรือแข็งค่า (BIAS) พยายามให้ค่าเงินอิงปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศ และไม่ฝืนตลาด” นายประสาร กล่าว
ผู้ว่าการธปท. กล่าวว่า ไทยชอบให้เงินอ่อน เนื่องจากเป็นประเทศส่งออก แต่จะปล่อยให้อ่อนไปมากก็คงไม่ได้ เพราะต้องมีการนำเข้า โดยเฉพาะพลังงานจึงมุ่งดูให้อิงกับพื้นฐานเศรษฐกิจของไทย
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ขณะนี้ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนอยู่บ้าง เนื่องจากความอ่อนไหวของเงินที่มาจากเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนในช่วงเลือกตั้งของสเปน พรรครัฐบาลสังคมนิยมมีคะแนนลดลง และมีข่าวว่าอีกฝ่ายที่เป็นรัฐบาลอาจมีการเปิดเผยข้อมูลบางอย่าง อาจทำให้ตลาดอ่อนไหวและทำให้เงินยูโรอ่อนค่าลง และหันไปถือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อยลง
"ความอ่อนไหวของตลาดเงินทำให้อัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนอยู่บ้าง ทั้งนี้ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งออก การค้าขายระหว่างประเทศ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องการให้มีการเสียเปรียบ เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในช่วงนี้ เมื่อเงินบาทอ่อนค่าอาจทำให้มีปัญหากับการนำเข้าน้ำมันได้
อย่างไรก็ตาม ธปท.ไม่ได้มีความเป็นห่วงหากมีเงินไหลออกไปบ้าง เนื่องจากตั้งแต่ต้นปีมีเงินเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไม่มาก และส่วนใหญ่เป็นการเข้าลงทุนในตลาดตราสารหนี้







