
เมเจอร์ฯลั่นปีนี้รายได้มากพิเศษ
แย้มโชว์เซอร์ไพรส์ไตรมาส2ขายหุ้นคืนดันเงินกองทุนปูด
แย้มโชว์เซอร์ไพรส์ไตรมาส2ขายหุ้นคืนดันเงินกองทุนปูด
เมเจอร์ฯ ขาขึ้นชัด 2554 เป็นปีพิเศษ ผลงานไตรมาสแรกดีกว่าคาด “วิชา” ยันไตรมาส 2 ดียิ่งขึ้น เพิ่งขึ้นค่าตั๋วหนัง 5% ขายหุ้นคืนเพิ่มเงินกองทุนอื้อซ่า
นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) นำเสนอข้อมูลว่า ไตรมาส 2 ปีนี้ รายได้คาดว่าจะเติบโตเป็นเลขสองหลัก ซึ่งดีกว่าไตรมาสแรกปีนี้ที่ว่าดีแล้ว และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ ไตรมาสแรกปีนี้บริษัทมีกำไรสุทธิ 192 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36%
สาเหตุที่รายได้ไตรมาส 2 จะดีมาก มาจากค่าตั๋วหนัง รายได้จากอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งคิดเป็น 60% ของรายได้ทั้งหมดที่เพิ่มขึ้น โดยนับตั้งแต่เดือน เม.ย. จนถึงวันที่ 18 พ.ค. มีรายได้จากส่วนนี้แล้ว 842 ล้านบาท คาดรวม 2 เดือน ทำได้ 1,000 ล้านบาท สูงกว่าทั้งไตรมาสแรกที่เท่ากับ 880 ล้านบาท
“เมื่อสัปดาห์ก่อนเราเพิ่งปรับราคาตั๋วหนังขึ้นไป 5% และไตรมาสนี้ยังมีหนังต่างประเทศเข้ามา คือ ทรานส์ฟอร์เมอร์ส และแฮร์รี่ พอตเตอร์รวมถึงมีการบันทึกรายได้ค่าโฆษณา 2 บริษัทใหญ่ คือ บริษัท โคคา-โคลา และโตโยต้าที่เลื่อนมาจากไตรมาสแรก” นายวิชา กล่าว
สำหรับครึ่งปีหลังแนวโน้มดีต่อเนื่อง เรียกว่าเป็นปีพิเศษที่มีหนังฟอร์มยักษ์เข้ามา และได้รับการตอบรับที่ดีสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงประมาณการรายได้ค่าตั๋วหนังเติบโตไม่ต่ำกว่า 20-25% และรายได้รวมขยายตัว 10-15%
นายวิชา กล่าวว่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทได้ขายหุ้นที่ซื้อคืนจากตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด ได้เงินกว่า 600 ล้านบาท โดยขายไปในราคาหุ้นละ 13.60 บาท จากต้นทุนที่ซื้อคืน 6.50 บาท ทำให้เงินกองทุนโตขึ้นมาก เพราะบันทึกเป็นส่วนล้ำมูลค่าหุ้น
ด้านเงินลงทุน บริษัทได้ขายหุ้นบริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว เอ็กซ์พีเรียนซ์ (CAWOW) ออกไปในตลาดหลักทรัพย์ โดยตั้งสำรองเผื่อขาดทุนไตรมาสแรกจำนวน 5 ล้านบาท และไตรมาส 2 เท่ากับ 12 ล้านบาท
บริษัทไม่กังวลว่าจะได้รับผลกระทบจากธุรกิจแคลิฟอร์เนีย ว้าว เชื่อว่านายอีริค เลอวิน เจ้าของยังคงดำเนินการต่อ ส่วนค่าเช่าสถานที่ที่ปิ่นเกล้าไม่มีความเสี่ยง เพราะกิจการ CAWOW มีมูลค่า หากมีการเพิ่มทุนก็ต้องจ่ายค่าเช่าก่อนเพื่อให้กิจการเดินหน้าไปได้







