
ตลาดหุ้นกู้เฉา
แบงก์ชี้ดอกเบี้ยขาขึ้นต้นเหตุทำเอกชนแห่ออกครึ่งปีแรก
แบงก์ชี้ดอกเบี้ยขาขึ้นต้นเหตุทำเอกชนแห่ออกครึ่งปีแรก
กสิกรไทย ชี้ดอกเบี้ยขาขึ้นและสภาพคล่องในตลาดเงินสูง ทำตลาดหุ้นกู้ไม่คึก คาดปีนี้เอกชนออกหุ้นกู้แค่ 2.5 แสนล้าน
นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในปีนี้การออกหุ้นกู้ของเอกชนมีแนวโน้มเติบโตไม่มาก จากทิศทางดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้น และสภาพคล่องที่อยู่ในระดับสูง ทำให้เอกชนจะหันไปใช้แหล่งเงินทุนที่มีความยืดหยุ่นกว่า เช่น เงินกู้ในรูปแบบสินเชื่อร่วม และสินเชื่อโครงการซึ่งมีต้นทุนใกล้เคียงกัน
นายธิติ คาดว่าในปีนี้บริษัทเอกชนขนาดใหญ่จะออกหุ้นกู้รวมกันประมาณ 2.5 แสนล้านบาท มูลค่าจะเท่ากับปีที่ผ่านมา โดยธนาคารตั้งเป้ารักษาส่วนแบ่งการเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ 17% หรือคิดเป็นมูลค่า 4.25 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการออกหุ้นกู้มีต้นทุนถูกกว่าการใช้สินเชื่อในธนาคารพาณิชย์ แต่ขณะนี้อัตราดอก เบี้ยเงินกู้ปรับเพิ่มขึ้นมาพอสมควร โดยคาดว่าสิ้นปีน่าจะอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 3.25% ทำให้ต้นทุนไม่ต่างกันมาก
นายธิติ กล่าวว่า ในปีนี้ธนาคารได้เป็นตัวกลางจัดจำหน่ายหุ้นกู้ให้กับลูกค้าธุรกิจไปแล้วมากกว่า 20 ราย โดยมีวงเงินเฉลี่ยอยู่ที่รายละ 3,000 ล้านบาท และยังอยู่ระหว่างการเจรจาอีกบางส่วน โดยลูกค้าที่ต้องการออกหุ้นกู้ส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่เน้นการขายตราสารหนี้ให้กับผู้ลงทุนรายย่อย เช่น ปตท. และสยามซีเมนต์
“การออกหุ้นกู้ในปีนี้จะมาจากบริษัทขนาดใหญ่ซึ่งเป็นขาประจำเท่านั้น เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้มีความมั่นคงและชื่อเสียงเป็นจุดขาย เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยคำนึงถึงผลตอบแทนนัก แต่จะดูความแข็งแกร่งของบริษัทก่อน” นายธิติ กล่าว
นายธันว์ เหรียญสุวรรณ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ในปีนี้มูลค่าการออกหุ้นกู้ในระบบจะอยู่ระหว่าง 2.53 แสนล้านบาท หรือโตขึ้น 56% เพิ่มเล็กน้อยจากปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาสแรกธนาคารได้เข้าไปเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายไปแล้วประมาณ 2 หมื่นล้านบาท โดยตั้งเป้ารักษาส่วนแบ่งการตลาดเอาไว้ที่ 20% หรือคิดเป็นมูลค่า 6 หมื่นล้านบาท
“ในช่วงครึ่งปีนี้ภาคธุรกิจที่ต้องการล็อกต้นทุนมีการเร่งออกหุ้นกู้กันเยอะพอสมควร เพราะอัตราดอกเบี้ยยังไม่สูงมากนัก ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นกลุ่มผู้เล่นเดิม แต่คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังเมื่อดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น การระดมเงินทุนด้วยวิธีนี้อาจจะเริ่มซบเซาลง” นายธันว์ กล่าว
โพสต์ทูเดย์ อีซี่มันนี่โตเท่าตัว ยอดจำนำเกือบเต็มเพดาน 800 ล้านบาท ลูกค้าแห่มาจำนำหลังเที่ยวสงกรานต์เงินหมด เอสเอ็มอีต่อยอดธุรกิจ ผู้ปกครองเตรียมเงินให้ลูกค้าต้อนรับเปิดเทอม
นายสิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทตั้งธนสิน หรือโรงรับจำนำ อีซี่มันนี่ เปิดเผยว่า ในช่วงปลายเดือนเม.ย.เป็นต้นมา ถึงปัจจุบันมีลูกค้ามาใช้บริการจำนำมากขึ้นกว่า 1 เท่าตัว หรือ 100 % โดยอีซี่มันนี่ได้เตรียมเงินให้บริการกว่า 800 ล้านบาท ซึ่งใกล้เต็มเพดานแล้ว และพร้อมจะขยายมากขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เริ่มเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนพ.ค.มิ.ย.นี้ ซึ่งเป็นช่วงเปิดเทอม
ทั้งนี้ลูกค้าที่มีใช้บริการมากแบ่งได้ 4 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกคือลูกค้าที่มีการไถ่ถอนทรัพย์เช่นทองคำไปใส่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พอกลับมาก็มีความจำเป็นต้องการใช้เงินถึงนำทรัพย์กลับมาจำนำใหม่ กลุ่มสอง คือลูกค้าเอสเอ็มอีซึ่งมีจำนวนมากเพิ่มขึ้น 2030 % เช่นผู้ประกอบการขนส่ง เกษตรกรปลูกกล้วยไม้ เลี้ยงปลา รับเหมาก่อสร้าง ฯลฯ โดยมีการจำนำสูงสุดถึง 1 ล้านบาท ต่อราย กลุ่มที่สาม คือ ลูกค้าที่มาขอเพิ่มวงเงินการจำนำ เนื่องจากราคาทองมีการปรับตัวสูง จากราคาทองบาทละหมื่นกว่าบาทขยับขึ้นมาเป็น 2 หมื่นกว่าบาท และกลุ่มที่สี่ คือ ลูกค้าที่เป็นผู้ปกครองที่เตรียมเงินใช้สอยในช่วงเปิดเทอม ซึ่งมีปริมาณมากที่สุด
นายสิทธิวิชญ์กล่าวว่า ในปีนี้ อีซี่มันนี่ ตั้งเป้าหมายการเติบโต 50 % ซึ่งผลดำเนินงานในช่วง 4เดือนแรกของปีนี้มีอัตราการเติบโตกว่า 50 % ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากราคาทองปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับโรงรับจำนำยังถือเป็นทางเลือกการเข้าถึงแหล่งเงินที่ดีและสะดวกที่สุด
“ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นนั้นไม่กระทบกับการรับจำนำมากนักแม้ว่าจะถูกำหนดเพดานการรับจำนำไม่เกิน 2 % ต่อเดือน เนื่องจากได้มีการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ ซึ่งทำให้ลดต้นทุนได้กว่า 3040 % เมื่อเทียบกับระบบโรงรับจำนำแบบเดิม” นายสิทธิวิชญ์กล่าว
อย่างไรก็ตามแม้ว่าโรงรับจำนำของรัฐมีการลดอัตราดอกเบี้ยรับจำนำต่ำกว่าอีซี่มันนี้ 0.5 1 % ต่อเดือนนั้นไม่กระทบกับอีซีมันนี่ เพราะเมื่อเปรียบเทียบเป็นดอกเบี้ยจ่ายต่อเดือนแล้วเล็กน้อยเท่านั้น และลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาใช้บริการ เนื่องจากอีซี่มันนี่ให้วงเงินการรับจำนำที่สูงเหมาะสมกับความต้องการใช้เงินของลูกค้า ประกอบกับมีการบริการที่ดี อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าใช้เวลาไม่เกิน 3 นาที และมีระบบการเก็บรักษาสินทรัพย์อย่างดี
แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ที่จะปรับขึ้นตามดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่อาจจะขยับขึ้นอีกเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อของประเทศยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ดอกเบี้ยเงินกู้ขึ้นไปอยู่ที่ระดับสูงกว่า 7% แล้ว
นักลงทุนที่สนใจจะซื้อหุ้นกู้เพื่อลงทุนก็อาจจะมีโอกาสน้อยลงเล็กน้อย ซึ่งส่วนต่างที่จะจูงใจให้เอกชนออกหุ้นกู้ส่วนต่างดอกเบี้ยเงินฝากและดอกเบี้ยหุ้นกู้ควรจะต่างประมาณ 24% ตามอายุของหุ้นกู้
สำหรับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.47% ปลายสัปดาห์ที่แล้วขยับขึ้นเล็กน้อยจาก 3.46% ในสัปดาห์ก่อนหน้า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในกรอบแคบๆ ท่ามกลางการคาดการณ์ถึงการปรับขึ้นอัตราดอก เบี้ยนโยบายของ ธปท.ที่ยังไม่สิ้นสุด
ด้านเอกชนที่มีแผนจะออกหุ้นกู้ในช่วงปลายไตรมาส 2 หรือต้นไตรมาส 3 ปีนี้ เช่น บริษัท บ้านปู จะออกหุ้นกู้ 1 หมื่นล้านบาท บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ลีส หรือกรุงศรีออโต้ จะออกหุ้นกู้ 2 หมื่นล้านบาท







