
ทิสโก้ชี้ศก.โลกแจ๋วแนะลงทุนหุ้นสหรัฐ-จีน
บลจ. ทิสโก้ ชี้เศรษฐกิจโลกรับแรงหนุนจาก “สหรัฐฯ-จีน” โอกาสเข้าลงทุนหุ้นทั้ง 2 ตลาด
บลจ. ทิสโก้ ชี้เศรษฐกิจโลกรับแรงหนุนจาก “สหรัฐฯ-จีน” โอกาสเข้าลงทุนหุ้นทั้ง 2 ตลาด
นายธีรนาถ รุจิเมธาภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจโลกปีนี้ มีสัญญาณขยายตัวที่ดีต่อเนื่อง โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากภูมิภาคเอเชีย ซึ่งนำโดยประเทศจีน ในขณะที่เศรษฐกิจในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่น่าจับตามองที่สุด คือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องและเริ่มเป็นที่สนใจของนักลงทุนอีกครั้ง โดยทั้งสองประเทศจะเป็นแรงหนุนช่วยให้เศรษฐกิจโลกมีการขยายตัวในอัตราที่ดีขึ้น จึงแนะนำให้เพิ่มสัดส่วนของการลงทุนไปยังทั้ง 2 ตลาดนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทน และเป็นการช่วยกระจายความเสี่ยงในการลงทุน
นายสมประวิณ มันประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจมหภาค สำนักวิจัยทิสโก้ กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีนี้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณดีขึ้น โดยคาดว่าปีนี้ จีดีพีสหรัฐฯ จะมีการขยายตัวอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 3% อีกทั้งตัวเลขการว่างงานลดลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่า 9% จากที่เคยแตะระดับสูงสุดที่กว่า 10% ส่วนตัวเลขการจ้างงานใหม่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เม็ดเงินในสหรัฐฯ หมุนเวียนมากขึ้น และเป็นส่วนเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ฟื้นตัวได้อีกครั้ง เนื่องจาก 70% ของจีดีพีสหรัฐฯ มาจากการบริโภคภาคเอกชนเป็นหลัก
สำหรับประเด็นเงินเฟ้อของสหรัฐฯไม่น่ากังวลเพราะอยู่ในระดับที่น้อยมาก เชื่อว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงปีนี้ สำหรับภาคอสังหาฯ แม้ว่ายังไม่ฟื้นตัวที่ส่งนัยสำคัญ แต่ถือได้ว่าอยู่ในระดับที่ทรงตัวดีขึ้น
นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า ปัจจุบันสัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) ของหุ้นสหรัฐฯ นั้นถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่แพง หากย้อนหลังไป 5 ปี จะอยู่ที่ 14.7 เท่า ส่วนปัจจุบันอยู่แค่ 13.5 เท่า เท่านั้น จึงนับเป็นอีกตลาดที่น่าสนใจลงทุน
สำหรับเศรษฐกิจจีนยังเติบโตในระดับสูงและคาดว่าปัญหาเงินเฟ้อจะคลายลงในครึ่งปีหลัง โดยพีอีของหุ้นจีนที่จดทะเบียนที่ฮ่องกงในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 10-11 เท่า ซึ่งถือว่าน่าสนใจมาก และเชื่อว่า พีอีจีนจะสามารถปรับตัวสูงขึ้นไปสู่ระดับปกติที่ไม่ต่ำกว่า13 เท่า ดังนั้นจึงน่าจะมี ส่วนต่างอยู่ที่ประมาณ 20-30% ทำให้การลงทุนในหุ้นจีนถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ
ปัจจุบันบลจ.ทิสโก้มีกองทุนที่ลงทุนในหุ้นจีน ประกอบด้วยกองทุนเปิด ทิสโก้ ไซน่า H-Shares อิควิตี้ ส่วนการลงทุนในสหรัฐฯ มี “กองทุนเปิด ทิสโก้ ยูเอส อิควิตี้ ฟันด์ ” สามารถซื้อขายหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการ







