
แบงก์อิสลามคึกคักปรับหนี้บัตรเครดิต
ธีรศักดิ์ลั่นเดือนละ400ล้านพร้อมร่วมมือรัฐแต่ขอชดเชย
ธีรศักดิ์ลั่นเดือนละ400ล้านพร้อมร่วมมือรัฐแต่ขอชดเชย
ลูกค้าแห่รีไฟแนนซ์บัตรเครดิตธนาคารอิสลาม เดือนละ 400 ล้าน พร้อมร่วมแจมโครงการรีไฟแนนซ์ของรัฐ
นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เปิดเผยว่า การรับรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตของธนาคารได้รับการตอบรับดีมาก ล่าสุดมีลูกค้ามาใช้บริการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตวงเงินประมาณ 300-400 ล้านบาทต่อเดือน เนื่องจากคิดผลตอบแทน 14% ให้ผ่อนยาวถึง 7 ปี ซึ่งจากปัจจุบันที่ธุรกิจบัตรเครดิตทั่วไปคิดอัตราดอกเบี้ยประมาณ 18-20%
สำหรับนโยบายของรัฐบาลที่มีโครงการปรับโครงสร้างหนี้บัตรเครดิตออกมานั้น โดยให้ธนาคารออมสินกับธนาคารกรุงไทยดำเนินการ คิดอัตราดอกเบี้ย 10% นายธีรศักดิ์ ระบุว่า ธนาคารก็มีความสนใจเข้าร่วมโครงการนี้หากรัฐบาลให้เข้าร่วม แต่คงไม่สามารถที่จะให้คิดผลตอบแทนหรืออัตรากำไรการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตในอัตรา 10% ได้ เพราะจะทำให้ธนาคารขาดทุน ซึ่งรัฐบาลจะต้องจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างดอกเบี้ยให้
อย่างไรก็ตาม ธนาคารก็มีความพร้อม เพราะมีระบบเตรียมพร้อมอยู่ตลอด และยังมีประสบการณ์ในการดำเนินโครงการช่วงที่ผ่านมาประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่หากนโยบายรัฐให้ดำเนินการเฉพาะธนาคารออมสินและธนาคารกรุงไทยก็ไม่มีปัญหา
“ในระยะสั้นหากรัฐบาลออกมาตรการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตมาในช่วงแรกคงไม่กระทบกับธนาคารมากนัก เพราะคงมีการกำหนดวงเงินที่จะรับรีไฟแนนซ์ อีกทั้งธนาคารมียอดบัตรเครดิตไม่มากเมื่อเทียบกับระบบธนาคารพาณิชย์ทั้งหมด และถือว่าเป็นโครงการที่ดีที่จะช่วยแบ่งเบาภาระลูกค้า อีกทั้งธนาคารอิสลามเป็นธนาคารขนาดเล็ก อาจไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้าทั่วไป” นายธีรศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงแรกที่ธนาคารอิสลามได้ออกโครงการรับรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตนั้น ยอมรับว่าประสบปัญหาลูกหนี้ไม่สามารถผ่อนชำระได้ และเป็นเอ็นพีแอลจำนวนมาก แต่เมื่อธนาคารมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และกำหนดว่าจะต้องมีผู้ค้ำประกัน ทำให้ปัจจุบันยอดการค้างชำระหนี้ หรือเอ็นพีแอลไม่ถึง 1%
นายธีรศักดิ์ กล่าวว่า ในเร็วๆ นี้จะหารือกับกระทรวงการคลังในการเพิ่มวงเงินในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่ผ่านมา เนื่องจากขณะนี้ยังมีลูกค้าที่รอคิวการกู้เงินโครงการนี้นับหมื่นราย วงเงินการขอกู้ 5 หมื่น2 แสนบาท เพื่อฟื้นฟูกิจการ เสริมสภาพคล่อง หรือซ่อมแซมบ้านในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา เนื่องจากในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 พ.ค. ที่ประชุมเห็นชอบให้ขยายวงเงินโครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและวาตภัย ปี 2553 ของธนาคารอิสลาม เพิ่มเติมอีกไม่เกิน 887.56 ล้านบาทนั้น ไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า







