
‘STEC’ไตรมาส1กำไรพุ่ง103% หวังรัฐบาลใหม่สานต่อโครงการ
STEC ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายแรกประกาศกำไรงวดไตรมาสแรกของปีพุ่ง 103% ด้านทริสเรทติ้งระบุธุรกิจหวังรัฐบาลใหม่เดินหน้าโครงการตามแผนเดิม
STEC ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายแรกประกาศกำไรงวดไตรมาสแรกของปีพุ่ง 103% ด้านทริสเรทติ้งระบุธุรกิจหวังรัฐบาลใหม่เดินหน้าโครงการตามแผนเดิม
นายวรพันธ์ ช้อนทอง กรรมการ บริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) เปิดเผยว่า บริษัทและบริษัทย่อยมีผลกำไรสุทธิรวมในส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เป็นจำนวนเงิน 166.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 103.77% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2553 เป็นจำนวนเงิน 81.73 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากงานก่อสร้างเพิ่มขึ้นจำนวน 1,312 ล้านบาท คิดเป็น 64.28% สำหรับไตรมาสแรกปี 2554 เนื่องจากบริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากงานก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับมีการรับรู้รายได้ของโครงการที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จึงมีผลทำให้บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจำนวน 101.55 ล้านบาท
ทริสเรทติ้งได้ออกบทวิเคราะห์เรื่อง บริษัทรับเหมาก่อสร้างกับโครงการสาธารณูปโภคของภาครัฐที่ระบุว่า การประกาศยุบสภาและเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนทั่วไปและในส่วนของบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างก็อาจมีความหวังด้วยเช่นกันว่า รัฐบาลชุดใหม่จะยังคงเดินหน้าโครงการก่อสร้างต่างๆ ที่ได้มีการวางแผนไว้ เพราะหากดูเหตุการณ์การเลือกตั้งที่ผ่านมาประเด็นทางการเมืองทำให้โครงการสาธารณูปโภคส่วนใหญ่ไม่เป็นไปตามแผนเดิมที่วางไว้ ซึ่งอาจกระทบต่อความสำเร็จและต้นทุนของโครงการ แต่โครงการสร้างสาธารณูปโภคของภาครัฐก็ยังคงเป็นที่น่าสนใจของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากงบประมาณจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ในการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ก็มีความจำเป็นต้องใช้บริษัทก่อสร้างที่มีศักยภาพสูงเพื่อให้งานสำเร็จตามแผนที่วางไว้
ทั้งนี้ ปัจจุบันทริสจัดอันดับให้กับบริษัทก่อสร้าง 4 บริษัท เช่น อิตาเลี่ยนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ที่มีเครดิตที่ BBB มีรายได้จากการก่อสร้าง 3.6 หมื่นล้านบาท มีอัตรากำไรต่อยอดขาย 4.88% ส่วน ช.การช่าง (CK) เครดิตอยู่ที่ BBB มีรายได้จากการก่อสร้าง 3 หมื่นล้านบาท มีอัตรากำไรต่อยอดขายติดลบ 9.91% และมีหนี้ต่อทุน 76.67% ส่วน STEC มีรายได้จากการก่อสร้าง 9,291 ล้านบาท มีอัตรากำไรต่อยอดขาย 8.95% และมีอัตราหนี้ต่อทุน 3.55%







