
แนะเพิ่มกึ๋นรากหญ้ารับมือโลกแปรปรวน
โลกร้อนป่วนพื้นที่การเกษตรเปลี่ยน กระทบเสถียรภาพผลผลิต แนะเพิ่มความรู้เกษตรกร วางแผนรับมือ
โลกร้อนป่วนพื้นที่การเกษตรเปลี่ยน กระทบเสถียรภาพผลผลิต แนะเพิ่มความรู้เกษตรกร วางแผนรับมือ
นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรม ได้จัดประชุมวิชาการประจำปี 2554 โดยมีการเสวนาเรื่อง “Climate Chang วิกฤตหรือโอกาสของการพัฒนาการเกษตร” ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นทั้งวิกฤตและโอกาส ที่เป็นห่วงกันมาก คือ ข้าวสาลี ที่เป็นวัตถุดิบหลักในการทำขนมปังจะลดลง ในส่วนของไทยจึงพยายามพัฒนาการใช้แป้งของพืชชนิดอื่นในบ้านเรา หรือพืชเขตร้อนแทนแป้งข้าวสาลี เบื้องต้นผลวิจัยพบว่ามีแป้งกล้วยที่จะมาทดแทนได้ แต่อาจต้องผสมกับแป้งมันสำปะหลัง
นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ปัจจุบันการพยากรณ์อากาศ ทำได้ยากขึ้น หากพยากรณ์เกิน5-7 วัน จะไม่ค่อยแม่นยำ เพราะมีปัจจัยแปรปรวนตลอดเวลา
ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่จะแก้ไขหรือลดผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ ยกระดับความรู้ของเกษตรกร โดยเฉพาะการเรียนรู้ติดตามสภาพอากาศเพื่อนำมาใช้ในการวางแผนการเกษตรของตัวเองร่วมทั้งการติดตามการอุบัติใหม่ของโรคพืชและแมลงศัตรูพืช เช่นกรณีการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยแป้งสีชมพู ที่ส่งผลต่อผลผลิตข้าวและมันสำปะหลัง และสิ่งสำคัญ เนื่องจากเรามีข้อจำกัดเรื่องที่ดิน การวิจัยหาพันธุ์ที่ให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ เช่นการเพิ่มผลผลิตมันสำประหลัง ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน เป็นต้นเพื่อรับมือวิกฤติอาหารและพืช ในขณะที่ด้านข้าวของไทยนั้นจะไม่กระทบมากนักแต่จะมีปัญหาในเรื่องภัยธรรมชาติซึ่งทางกรมข้าวมีการพัฒนาข้าวสายพันธุ์ทนแล้งและทนน้ำท่วมไว้แล้ว ”นายจิรากรกล่าว
นายสมเจตน์ ประทุมมินทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตพืช กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ปัญหาสำคัญของประเทศในการเตรียมรับมือกับปัญหาคือ นโยบายไม่ชัด จะเห็นในการประชุมระดับนโยบาย หรือระดับคณะกรรมการกำหนดนโยบาย หลายครั้งผู้มีอำนาจในแต่ละหน่วยงานไม่เข้าร่วมประชุม เช่น รัฐมนตรี หรืออธิบดี จึงไม่มีอำนาจในการสั่งการ ร่วมไปถึงเมื่อมีการเปลี่ยนแลปงในระดับรัฐบาลก็จะยกเลิกหรือเปลี่ยนนโยบาย ทำให้การแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรไม่คืบหน้า







