
Crisis Watch
7 ลักษณะกับการบริหารลูกน้องให้อยู่หมัด (ตอนจบ)
7 ลักษณะกับการบริหารลูกน้องให้อยู่หมัด (ตอนจบ)
โดย..ริต้า ทัพภมาน
จาก 3 ใน 7 ลักษณะที่ได้กล่าวไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กับการบริหารลูกน้องให้อยู่หมัด เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา กับเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหารทั้งหลายที่อยากได้เคล็ดลับนี้ไปบริหารลูกน้องของคุณ ก็จะขอกล่าวในอีก 4 ลักษณะที่เหลือ ก่อนที่เทศกาลหยุดยาวจะกลับมาอีกครั้งในสุดสัปดาห์นี้
ลูกน้องขาดความมั่นใจ มีลูกน้องหลายคนที่วิตกกังวลสูง กลัวไปหมด รู้สึกว่าตนเองไม่ค่อยมีความมั่นใจในการทำงาน ชอบทำงานประจำตามคำสั่ง โดยไม่ต้องการทำงานที่ท้าทายเกินไป เพราะคิดว่าตนเองไม่สามารถทำงานชิ้นนั้นให้สำเร็จได้
ดังนั้น ในฐานะของหัวหน้าหรือผู้บริหาร คุณเองจะต้องพยายามพูดจูงใจให้ลูกน้องมีกำลังใจ พยายามให้โอกาสกับลูกน้องประเภทที่ว่านี้ที่จะรับผิดชอบงานที่ท้าทายมากขึ้น
ขณะเดียวกันคุณต้องยกย่องชมเชยหากสามารถทำงานที่ท้าทายนั้นได้สำเร็จ แต่หากไม่สำเร็จตามที่ต้องการหรือคาดหวังไว้ คุณก็ไม่ควรว่ากล่าวหรือพูดจาบั่นทอนกำลังใจลูกน้อง เพราะยิ่งจะส่งผลให้พวกเขาขาดความมั่นใจมากขึ้น คุณควรชี้แนะและเป็นพี่เลี้ยงให้กับลูกน้องประเภทนี้ เป็นกำลังใจและให้โอกาสแก้ตัวใหม่
ลูกน้องเอาแต่พูด คุณเคยเจอะเจอลูกน้องประเภทที่ว่ารับปากไปหมดซะทุกเรื่อง ทำงานนั้นได้หรือไม่ได้ก็รับปากว่าทำได้ไว้ก่อนเสมอ หรือลูกน้องบางคนชอบเสนอโครงการและกิจกรรมใหม่ๆ ชอบเสนอเรื่องโน้นที เรื่องนี้ที แต่ไม่เคยเห็นนำไปปฏิบัติได้จนประสบผลสำเร็จซะที
การที่จะบริหารลูกน้องที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ คุณต้องสื่อสารกับลูกน้องประเภทที่ว่านี้โดยการแจ้งถึงผลงานที่คุณคาดหวังและต้องการให้เกิดขึ้น พยายามสร้างข้อผูกพันกับลูกน้องถึงผลงานที่คุณอยากจะเห็น กำหนดวันเวลาที่จะต้องนำส่งงานแต่ละชิ้น
นอกจากนี้ คุณเองยังไม่ควรไว้วางใจลูกน้องกลุ่มนี้ อย่ารอให้ถึงวันกำหนดส่งงาน แล้วมาบอกว่าทำงานไม่ทัน ทำงานชิ้นนั้นไม่ได้ ดังนั้นในช่วงระหว่างการทำงานนั้นคุณควรติดตามผลการทำงานของลูกน้อง หากมีปัญหาที่ลูกน้องทำไม่ได้ คุณจะได้เสนอแนะและหาวิธีการในการแก้ไขปัญหานั้นๆ ร่วมกัน
ลูกน้องที่คิดว่าตนเอง “แน่” ลูกน้องพวกนี้มักจะชอบดูถูกคนอื่น แม้กระทั่งหัวหน้าอาจยังไม่ละเว้น เป็นลูกน้องประเภทที่คิดว่า ตนเองมีความรู้หรือทักษะบางอย่างเหนือกว่า เช่น จบปริญญาโทได้รับเกียรตินิยม มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ มีทักษะการนำเสนองาน ซึ่งเป็นทักษะที่มีมากกว่าทุกคนในหน่วยงานเดียวกัน จึงทำให้ตนเองรู้สึกภาคภูมิใจในความสามารถดังกล่าว คิดว่าตนเองเจ๋งแล้ว ไม่ต้องเกรงใจใคร แสดงพฤติกรรมข่มคนอื่น มักจะพูดจาโอ้อวดว่าตนเองเป็นคนมีความสามารถดีและทุกคนยอมรับ
คุณเองไม่ต้องหนักใจ แต่คุณควรแสดงฝีมือและความสามารถแบบสุดๆ เพื่อให้ลูกน้องจำพวกนี้ยอมรับคุณให้ได้ อีกทั้งคุณต้องมีความกล้าพอที่จะปฏิเสธหรือไม่ยอมรับไอเดียของลูกน้องประเภทที่ว่านี้ โดยการชี้แจงถึงหลักเหตุและผล ไม่จำเป็นที่คนเก่งจะเสนอไอเดียที่ถูกต้องเสมอ
ลูกน้องช่างประจบ การเป็นหัวหน้านั้นต้องถือทางสายกลาง อย่าเอนอียงหรือเห็นดีเห็นงามกับลูกน้องที่ชอบประจบประแจง โดยวันๆ ไม่ค่อยจะทำงานอะไร คอยหาวิธีการเอาใจหรือปรนนิบัติหัวหน้างาน เป็นพวกที่พูดจาปากหวานก้นเปรี้ยว อยู่ต่อหน้าพูดจาดีมาก สนับสนุนงานและโครงการที่หัวหน้าเสนอ แต่ลับหลังพูดจาให้ร้าย นินทาคนนั้นสารพัด
ดังนั้น คุณเองคงจะต้องแยกแยะให้ออกว่าใครทำงานดีหรือไม่ดี อย่าพิจารณาประเมินผลงานหรือเลื่อนตำแหน่งงานจากความชอบหรือไม่ชอบในตัวลูกน้อง เห็นว่าลูกน้องคนนี้ดีเพราะเอาใจเราสารพัด และประเมินให้ A หมดในทุกๆ ปัจจัยประเมินผล หรือสนับสนุนให้ลูกน้องช่างประจบได้เลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้น หากพวกเขามีความสามารถที่ดีพร้อมที่จะรับตำแหน่งงานที่สูงขึ้นก็แล้วไป แต่หากพวกเขาเลื่อนตำแหน่งงานเหตุเพราะเป็นคนเอาใจนายเก่งนั้น คุณอาจจะโชคร้ายเพราะต้องหนักใจกับการบริหารงานของลูกน้องกลุ่มนี้
การบริหารและปกครองลูกน้องหลากหลายสไตล์นั้นเป็นสิ่งท้าทาย อย่าเพิ่งหนักใจหากคุณไม่สามารถบริหารและควบคุมลูกน้องบางประเภทได้ เรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลาค่ะ แต่คุณเองต้องเข้าใจธรรมชาติของลูกน้อง เข้าใจเหตุผลในการแสดงออก
แล้วสักวันหนึ่งคุณจะสามารถบริหารลูกน้องกลุ่มนี้ได้จากการยอมรับนับถือในตัวคุณ







