posttoday
แคมเปญแบงก์รัฐอัดฉีด บ้าน 0%-ล้างหนี้รอบ 2

แคมเปญแบงก์รัฐอัดฉีด บ้าน 0%-ล้างหนี้รอบ 2

08 พฤษภาคม 2554

ในที่สุดธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

ในที่สุดธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

ก็ได้ฤกษ์เปิดยื่นกู้บ้านหลังแรก 0% ในวันที่ 9 พ.ค. โดยจะเปิดให้รับบัตรคิวตั้งแต่เวลา 07.00 น. และมีการตั้งโต๊ะตรวจเอกสาร ก่อนให้เริ่มยื่นเอกสารได้ตั้งแต่เวลา 08.30 น. โดยสำนักงานใหญ่ได้เตรียมบัตรคิวไว้ 1,000 ใบ และบัตรสำรองอีก 1,000 ใบ

แคมเปญแบงก์รัฐอัดฉีด บ้าน 0%-ล้างหนี้รอบ 2

ทั้งนี้ ธนาคารจะใช้วิธีลงข้อมูลออนไลน์ทั่วประเทศ หากครบวงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาทแล้ว ก็จะเปิดเป็นรายชื่อสำรองไว้อีก 5,000 ล้านบาท แต่สิ่งที่ธนาคารเป็นห่วงขณะนี้ คือ ระบบคอร์แบงกิงของธนาคารที่ยังไม่เสถียร และมีปัญหาระบบขัดข้องเป็นระยะ หากเกิดการลงบันทึกข้อมูลพร้อมกันทุกสาขา ซึ่งได้เตรียมระบบสำรอง คือ กรอกข้อมูลด้วยมือไว้แล้ว

อย่างไรก็ดี การปล่อยกู้ครั้งนี้ กรรมการผู้จัดการ ธอส.จะเน้นให้รายย่อยที่กู้ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท ประมาณ 70% ส่วนที่เหลือ 30% จะปล่อยกู้บ้านที่มีราคาสูงกว่า 1.5 ล้านบาท ในจำนวนนี้จะแบ่งสัดส่วนระหว่างกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 60% ต่อ 40% โดยคาดว่ากรุงเทพฯ จะเป็นบ้านที่ราคาสูงกว่า 2 ล้านบาท ขณะที่ต่างจังหวัดจะกู้ซื้อบ้านต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการนี้ประมาณ 2 หมื่นราย

ผู้ที่กู้ซื้อบ้านราคา 1 ล้านบาท จะประหยัดทั้งค่าภาษีและค่าดอกเบี้ยในช่วง 2 ปีแรกได้ถึง 1 แสนบาท ผู้ที่กู้ซื้อบ้าน 2 ล้านบาท จะประหยัดได้ 1.8 แสนบาท และกู้ซื้อบ้าน 3 ล้านบาท จะประหยัดได้ 3 แสนบาท

ฟากธนาคารรัฐอื่นๆ ยิ่งใกล้ช่วงเลือกตั้งก็ยิ่งคึกคักเป็นพิเศษ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อให้ได้ทั้งสิ้น 6 หมื่นล้านบาทในปีนี้ แบ่งเป็นการปล่อยสินเชื่อตามนโยบายรัฐบาลเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจระดับฐานราก 3.5 หมื่นล้านบาท และส่วนที่เหลืออีก 1.5 หมื่นล้านบาท จะเน้นการปล่อยสินเชื่อเชิงรุกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพของสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ จะเน้นปล่อยสินเชื่อเพื่อสนับสนุนสถาบันเกษตรกร เช่น สหกรณ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นิติบุคคล กองทุนหมู่บ้านอีก 1 หมื่นล้านบาท

ขณะที่การแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรกลุ่มต่างๆ ก็จะเร่งให้แล้วเสร็จทั้งหมดในปีนี้รวมกว่าแสนล้านบาท

ด้านธนาคารออมสินก็เตรียมเปิดแก้หนี้นอกระบบรอบ 2 โดยจะให้ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส.เป็นผู้ดำเนินการ และจะมีการขึ้นทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้ ส่วนรายละเอียดจะชี้แจงในสัปดาห์หน้า ขณะที่เปิดแก้หนี้รอบแรกได้เข้าระบบแล้ว 3.51 หมื่นล้านบาท กว่า 4.13 แสนราย

ขณะที่ผลประกอบการ 4 เดือนที่ผ่านมาของธนาคารออมสิน ทำกำไรไปแล้วทั้งสิ้น 7,500 ล้านบาท กำไรที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวมาจากการบริหารเงินลงทุน และการบริหารสภาพคล่องที่มีอยู่กว่า 3 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 20% ของสินทรัพย์รวม ที่เหลืออีก 80% มาจากการปล่อยสินเชื่อ

สำหรับสถานการณ์ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาการันตีแล้วว่า สินเชื่อไตรมาส 2 จะยังคงดีต่อเนื่อง โดยไตรมาสแรกสินเชื่อรวมธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบสูงถึง 13.4% เพิ่มจาก 11.3% เมื่อไตรมาสก่อน ส่งผลให้ระบบธนาคารมีกำไรจากการดำเนินงานถึง 5.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 5,600 ล้านบาท หรือ 10.7% และมีกำไรสุทธิ 3.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,100 ล้านบาท หรือ 17.8%

ขณะที่ทองคำที่ราคาพุ่งเอาๆ หลังกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้เปิดเผยข้อมูลว่า ประเทศเม็กซิโก รัสเซีย และประเทศไทยได้ใช้ทุนสำรองระหว่างประเทศทยอยกว้านซื้อทองคำเข้าคลังสำรองในระหว่างเดือน ก.พ.มี.ค.ที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่ารวมถึง 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.8 แสนล้านบาท และเป็นการทยอยซื้อในช่วงที่ราคาทองคำโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศไทยกว้านซื้อทองคำเพิ่มที่ 9.4 ตัน ในเดือน มี.ค. ทำให้ทองคำในคลังสำรองของไทยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 108.9 ตัน อย่างไรก็ตาม ในวันสุดท้ายของสัปดาห์ ทองคำโลกหล่นวูบตามราคาน้ำมันถึง 50 เหรียญสหรัฐ ทำให้ราคาขายปลีกในประเทศไทยลดลงทันทีบาทละ 500 บาท

หุ้นไทยรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดเปิดซื้อขาย 3 วันทำการ ดัชนีปรับตัวลดลง 42.71 จุด หรือ 3.91% จากสัปดาห์ก่อนหน้ามาปิดที่ 1,050.85 จุด โดยการปรับตัวลดลงเป็นไปตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติกลับมากังวลเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง หลังตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ โดยเฉพาะตัวเลขการว่างงานออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้มีแรงขายสินค้าโภคภัณฑ์ออกมามาก ทั้งทองและน้ำมันปรับตัวลดลงหนัก

สำหรับราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงเกือบ 10% แรงขายจากนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยออกมามาก โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคาร นอกจากนี้ปัจจัยในประเทศเรื่องการยุบสภายังเป็นที่จับตา และยังสร้างความกังวลแก่นักลงทุนอยู่

ภาพรวมทั้งสัปดาห์ นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นสุทธิ 5,427.02 ล้านบาท สถาบันและกองทุนในประเทศขายสุทธิ 3,032.84 ล้านบาท พอร์ตบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 1,633.59 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนรายย่อยในประเทศซื้อสุทธิ 10,093.45 ล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ