posttoday
เงินเฟ้อ ม.ค. 53 สูงสุดรอบ 16 เดิอน

เงินเฟ้อ ม.ค. 53 สูงสุดรอบ 16 เดิอน

07 กุมภาพันธ์ 2553

เริ่มต้นสัปดาห์นี้ด้วยข่าวที่ค่อนข้างส่งผลกระทบต่อเงินในกระเป๋าของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ โดยกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อ) เดือนม.ค. 2553 ที่สูงที่สุดในรอบ 16 เดือน เพิ่มขึ้น 4.1% จากดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่เพิ่ม 3.2% เพราะสินค้าราคาสูงขึ้น ขณะที่ดัชนีหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น 4.7% ด้วยเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ ราคาสินค้าเครื่องเซ่นไหว้ในเทศกาลตรุษจีนก็เริ่มมีราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะเนื้อไก่สด และเนื้อสุกร โดยราคาอาหารสดได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับเดือนม.ค.ที่ผ่านมา เช่นเนื้อสุกรชำแหละเนื้อแดง สะโพก กิโลกรัมละ 120125 บาท/กก. สูงขึ้นจาก 115 บาท/กก. ไก่สดทั้งตัวรวมเครื่องในกก.ละ 6566 บาท เพิ่มขึ้นจากกก.ละ 64.40 บาท เป็นต้น ขณะเดียวกันก็ยังมีผู้ผลิตอีกหลายราย เช่น แบตเตอรี่ เหล็ก ได้มาแจ้งขอปรับราคาขึ้นอีก เนื่องจากราคาวัตถุดิบสูงขึ้น

ด้านกระทรวงพาณิชย์ นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า จะขอความร่วมมือจากผู้ผลิตสินค้าทุกกลุ่มทั้งหมวดเกษตร อุตสาหกรรม อาหารกระป๋อง รวมถึงร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ช่วยตรึงราคาสินค้าในรายการที่ต้องแบกรับภาระออกไปอีก 3 เดือน เพื่อไม่ให้กระทบเงินเฟ้อ และฉุดเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวช้าลง

อัยการยื่นคำร้องเดินหน้ามาบตาพุด

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อัยการเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลปกครองภายใน 12 วันนี้เพื่อขอให้โครงการลงทุนในพื้นที่มาบตาพุดที่ถูกสั่งระงับสามารถเดินหน้าก่อสร้างต่อไปได้ แต่จะยังไม่เปิดเดินเครื่องจนกว่าจะดำเนินตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 ทั้งการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) รวมทั้งสอบถามความเห็นจากองค์การอิสระ ซึ่งภาคเอกชนจะเป็นผู้รับความเสี่ยง

ขณะที่ประธานองค์การส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือและรับทราบแนวทางในการแก้ไขปัญหามาบตาพุดของรัฐบาล หลังจากเกิดปัญหาจนทำให้การลงทุนของบริษัทญี่ปุ่นต้องหยุดชะงัก

ทีโอทีเอไอเอส สรุปโรมมิง

หลังขัดแย้งกันอย่างรุนแรงถึงขั้นประกาศตัดการเชื่อมต่อโครงข่าย (โรมมิง) เนื่องจากบริษัท ทีโอที ไม่ยอมเปิดให้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ดาตาโรมมิงบนโครงข่าย 3จี ส่งผลให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ต้องเรียกทั้งทีโอทีและเอไอเอสมาหารือร่วมกันเมื่อวันที่ 5 ก.พ. และได้ข้อสรุปว่าทีโอทียินยอมให้เอไอเอสสามารถดาตาโรมมิงได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับการเจรจาในรายละเอียดว่าเอไอเอสจะได้จำนวนเท่าใดจากที่ขอไป 5 หมื่นเลขหมาย จากเดิมที่ก่อนหน้านี้เอไอเอสได้ประกาศจะให้บริการดังกล่าวแก่ลูกค้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ. แต่ถูกทีโอทีปฏิเสธว่าไม่เคยมีการเจรจากันก่อนหน้านี้ และทีโอทีจำเป็นต้องสอบถามการโรมมิงกับทางกทช. ก่อนว่าสามารถทำได้ทันทีหรือไม่

สั่งกทช.เดินหน้า 3จี

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ถือว่ามีอำนาจตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2543 ซึ่งยังมีผลบังคับใช้ระหว่างรอพ.ร.บ.กสทช.ฉบับใหม่ ที่รัฐบาลกำลังเร่งจัดทำร่างกฎหมาย ดังนั้น เมื่อมีอำนาจแล้วก็สามารถเดินหน้าเรื่อง 3จี ต่อไปได้ ส่วนกฎหมายใหม่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปี 2553 และเริ่มกระบวนการสรรหากสทช.ชุดใหม่ ซึ่งน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 180 วัน และคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ ในการจัดตั้งกสทช.ได้ภายในกลางปี 2554

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ