
เคเบิลทีวีระเบิดศึก รายเล็กโดดพึ่งกสทช.สู้
จากธุรกิจน่านน้ำสีคราม หรือ บลู โอเชียน ที่ปัจจุบันเคเบิลและทีวีดาวเทียม กลับกลายเป็นน่านน้ำสีแดง เป็นทะเลเดือดที่แข่งขันสูงยิ่ง
จากธุรกิจน่านน้ำสีคราม หรือ บลู โอเชียน ที่ปัจจุบันเคเบิลและทีวีดาวเทียม กลับกลายเป็นน่านน้ำสีแดง เป็นทะเลเดือดที่แข่งขันสูงยิ่ง
โดยเฉพาะเมื่อผู้เล่นเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่กระโดดเข้ามาเต็มตัว ด้วยสรรพกำลังที่มีทำให้รายเล็กค่อยๆ หายไป
ทั้งนี้ เพราะทีวีดาวเทียมถือเป็นธุรกิจที่เติบโตมากในช่วงที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีการติดตั้งจานดาวเทียมราว 8 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ
การเติบโตดังกล่าว เป็นผลมาจากจุดเด่นของทีวีดาวเทียมที่เสียค่าติดตั้งจานดาวเทียมเพียงครั้งเดียว สามารถรับชมรายการฟรีได้กว่า 100 ช่อง ทำให้ผู้ผลิตเนื้อหารายการมุ่งเข้าไปที่ระบบนี้เป็นหลัก โดยเฉพาะผู้ผลิตรายการรายใหญ่ทางฟรีทีวี ที่มุ่งหารายได้จากค่าโฆษณาเป็นหลัก
สำหรับเคเบิลทีวี หรือเรียกว่าระบบโทรทัศน์บอกรับสมาชิก ซึ่งเกิดมาก่อนทีวีดาวเทียม ที่ผ่านมามี 2 ผู้เล่นหลัก คือ ทรูวิชั่นส์ ปัจจุบันมีสมาชิกราว 2 ล้านครัวเรือน โดยในจำนวนนี้ 1.1 ล้านครัวเรือนเป็นสมาชิกในระบบแพ็กเกจต่างๆ ที่มีราคาตั้งแต่ 300-2,000 บาท ที่เหลือเป็นระบบออกอากาศฟรี เช่นเดียวกับทีวีดาวเทียมทั่วไป
ปัจจุบัน เคเบิลท้องถิ่นมีประมาณ 4 ล้านครัวเรือน เรียกเก็บค่าบริการ 300-500 บาท ได้รับผลกระทบพอสมควรจากการขยายตัวของทีวีดาวเทียมที่ให้บริการฟรี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ล่าสุด บมจ.อสมท ได้ร่วมมือกับ กสท โทรคมนาคม ให้บริการโทรทัศน์บอกรับสมาชิกผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยพร้อมกับบริการเสริมต่างๆ และสามารถรับชมผ่านระบบโทรศัพท์มือถือได้ด้วย ส่งผลทำให้การแข่งขันในตลาดนี้ทวีความดุเดือดมากยิ่งขึ้น
ธนวัฒน์ วันสม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท กล่าวว่า บริการโทรทัศน์บอกรับสมาชิกของ อสมท ไม่ได้เข้ามาแข่งขันกับใคร หรือแม้กระทั่งทรูวิชั่นส์ ซึ่งเป็นบริษัทผู้รับสัมปทานของ อสมท โดยตรง เพราะบริการที่จะเกิดขึ้นเป็นบริการที่แตกต่าง ผสมผสานระหว่างอินเทอร์เน็ตกับบริการโทรทัศน์ และจะมีบริการเสริมต่างๆ ออกมาจำนวนมาก โดยโครงการนี้ใช้เงินลงทุนไม่เกิน 1,000 ล้านบาท
“ในประเทศไทย มีบ้านที่ติดตั้งระบบโทรทัศน์บอกรับสมาชิกไม่เกิน 5 ล้านครัวเรือน ขณะที่จำนวนครัวเรือนทั้งหมดมี 20 ล้านครัวเรือน เพราะฉะนั้นโอกาสการเติบโตของธุรกิจนี้ยังมีอีกมาก” ธนวัฒน์ กล่าว
สำหรับเนื้อหารายการที่จะนำมาออกอากาศในระบบนี้จะมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งรายการที่ อสมท ผลิตเอง การจับมือร่วมผลิตกับพันธมิตร ไปจนถึงการซื้อลิขสิทธิ์รายการจากต่างประเทศ จึงมั่นใจว่าจะมีเนื้อหาพอสำหรับการออกอากาศ เพราะทุกวันนี้ลิขสิทธิ์รายการทั่วโลกมีเป็นจำนวนมาก ไม่ต่ำกว่า 500-600 ช่องรายการ ส่วนอัตราค่าบริการขณะนี้ยังไม่สรุป แต่จะเป็นราคาที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้
ด้าน วิชิต เอื้ออารีวรกุล อุปนายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การแข่งขันของธุรกิจเคเบิลและทีวีดาวเทียมขณะนี้ ใครมีเงินทุนหนาก็ได้เปรียบ ประกอบกับกฎกติกา การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ทำให้เคเบิลท้องถิ่นได้รับผลกระทบอย่างมาก
ในช่วงที่ผ่านมาการขยายตัวของเคเบิลท้องถิ่นค่อนข้างชะลอตัว โดยปัจจุบันมีประมาณ 4 ล้านครัวเรือน จากเดิมที่คาดว่าจะขยายได้ถึง 5 ล้านครัวเรือน ซึ่งเป็นเพราะผลกระทบจากการขยายตัวของธุรกิจทีวีดาวเทียม
“ที่เห็นชัดเจน คือ เคเบิลท้องถิ่นได้รับการอนุญาตให้ออกอากาศในระดับอำเภอ ตำบล แต่ปัจจุบันนี้ทีวีดาวเทียมสามารถรับชมได้ทั่วประเทศ โดยที่ยังไม่มีใบอนุญาตด้วยซ้ำ ขณะเดียวกัน ทรูวิชั่นส์ ก็เริ่มเข้ามาแข่งขันในตลาดเคเบิลต่างจังหวัด ด้วยเงินทุนและลิขสิทธิ์รายการที่มีทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กๆ ในแต่ละจังหวัดเริ่มมีปัญหา” วิชิต กล่าว
การขยายตัวของธุรกิจทีวีดาวเทียมทำให้เกิดการแข่งขันสูง โดยพบว่ามีการแย่งซื้อลิขสิทธิ์รายการจากต่างประเทศ ทำให้ราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น การถ่ายทอดสดแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จากราคาเพียง 300 ล้านบาท ในช่วงที่ผ่านมา ราคาประมูลล่าสุดสูงถึง 2,000 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้ค่าสมาชิกรายเดือนการดูกีฬาดังๆ จากต่างประเทศของผู้บริโภคไทยขั้นต่ำอยู่ที่ 1,000-2,000 บาทต่อเดือน ขณะที่ไต้หวันอยู่ที่เดือนละ 500 บาทต่อเดือนเท่านั้น
ทั้งนี้ ปัญหาการครอบครองลิขสิทธิ์รายการแต่เพียงผู้เดียวโดยผู้ประกอบการรายใหญ่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจของรายเล็ก ซึ่งในส่วนของเคเบิลท้องถิ่นเองพยายามรวมตัวกัน จัดตั้งเป็น บริษัท โฮลดิ้ง ซีทีเอช (CTH) ระดมทุนเพื่อซื้อลิขสิทธิ์รายการ
แต่ถึงกระนั้น การซื้อลิขสิทธิ์ก็ยังไม่สามารถทำได้ จึงอยากให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ที่จะจัดตั้งขึ้น ตั้งกรรมการกลางขึ้นมาดูแลเรื่องการซื้อขายลิขสิทธิ์รายการให้มีความเป็นธรรมมากขึ้น







