
โยนครม.ตัดสินสัญญามือถือแสนล.
ไอซีทีคว้าน้ำเหลว เจรจามือถือไร้ข้อสรุป โยน ครม.หาทางออกเอง 3 พ.ค.
ไอซีทีคว้าน้ำเหลว เจรจามือถือไร้ข้อสรุป โยน ครม.หาทางออกเอง 3 พ.ค.
นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ในฐานะประธานคณะกรรมการเจรจาค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการแก้ไขสัญญาสัมปทาน เปิดเผยว่า คณะกรรมการไม่สามารถเจรจากับทางผู้ให้บริการมือถือให้จ่ายเงินค่าเสียหายจากการแก้ไขสัญญาที่ไม่ถูกต้องตาม พ.รบ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุนกว่า 1 แสนล้านบาทได้
ทั้งนี้ การเจรจาดังกล่าวใช้เวลานานกว่า 2 เดือน นับตั้งแต่ ครม.มีมติให้ตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา เบื้องต้นให้เวลา 15 วัน เพื่อให้ได้ข้อสรุป แต่ต้องเลื่อนออกไปหลายครั้ง เนื่องจากเอกชนไม่ยอมรับว่าการแก้ไขสัญญาที่เกิดขึ้นไม่ถูกต้อง โดยจะนำผลดังกล่าวเสนอให้ที่ประชุม ครม.รับทราบ เพื่อให้ ครม.ตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร
สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นรวมกันกว่า 1 แสนล้านบาท แบ่งเป็น บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส 7.6 หมื่นล้านบาท บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค 2.2 หมื่นล้านบาท และทรูมูฟ 8,208 ล้านบาท
นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า กสทฯ ไม่ได้ระบุว่าการแก้ไขสัญญาที่เกิดขึ้นทำให้ กสทฯ เสียหาย โดยได้เสนอต่อคณะกรรมการว่ารายได้ของกสทฯ ลดลงไป 2.2 หมื่นล้านบาท แต่ผลที่ได้กลับมา คือ การแข่งขันในธุรกิจโทรศัพท์มือถือที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องให้คณะกรรมการเป็นผู้พิจารณาสุดท้าย
กรณีที่ผู้ให้บริการมือถือทั้ง 3 ราย เห็นว่าปัญหาหลักในการเจรจา 2 ฝ่าย คือ ตัวแทนรัฐไม่ระบุว่าการแก้ไขสัมปทานที่ผ่านมาเอกชนทำผิดหรือไม่ผิดอย่างไร หรือทำรัฐเสียหายเท่าไร ขณะที่รัฐพยายามอ้างว่าเอกชนควรต้องจ่ายผลตอบแทนของรัฐที่หายไป เช่น ตามหลักการที่ควรจ่ายส่วนแบ่งรายได้ 35% แทนที่จะเป็น 30%
“ตัวแทนภาครัฐที่หลายคนเป็นข้าราชการต่างกลัวผลกระทบทางกฎหมาย เพราะรู้ดีว่ากระบวนการแก้ไขสัมปทานที่ผ่านมา ยังไม่มีหน่วยงานทางกฎหมายใดระบุว่าเอกชนผิดและต้องจ่ายรัฐ ขณะที่ฝ่ายการเมืองพยายามกำหนดเวลา จึงทำให้การเจรจาเป็นไปแบบหลวมๆ ไม่ผูกมัดตัวเอง” แหล่งข่าวกล่าว







