
ดอยตุงผุด5สาขาใหม่รับกาแฟไทยคึก
กาแฟดอยตุง ขยายสาขาครั้งใหญ่ในรอบ 2 ปี ผุด 5 สาขาใหม่ เจาะกลุ่มคนไทยรักกาแฟไทย
กาแฟดอยตุง ขยายสาขาครั้งใหญ่ในรอบ 2 ปี ผุด 5 สาขาใหม่ เจาะกลุ่มคนไทยรักกาแฟไทย
นายธนาวัฒน์ ศรีศิรินทร์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท นวุติ ผู้ดำเนินการผลิต “กาแฟดอยตุง” ในโครงการพัฒนาดอยตุง ภายใต้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทเตรียมเปิดร้านกาแฟดอยตุงประมาณ 5 สาขาใหม่ ซึ่งเป็นการขยายสาขาครั้งใหญ่ในรอบ 2 ปี
สำหรับทำเลเน้นเปิดสาขาในกรุงเทพฯ เป็นหลัก ขนาดพื้นที่รวมประมาณ 70-100 ตร.ม.ต่อสาขา จากปัจจุบันมีสาขาเปิดให้บริการทั่วประเทศ 23 สาขา โดยบริษัทเห็นโอกาสจากความนิยมในการดื่มกาแฟแบรนด์คนไทยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉลี่ยที่ผ่านมาคนไทยดื่มกาแฟไม่ต่ำกว่า 2 แก้วต่อคนต่อวัน ถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับต่างประเทศที่ดื่มเฉลี่ยวันละ 7-8 แก้วต่อคนต่อวัน
“ในทุกปีที่ผ่านมา บริษัทไม่ได้มุ่งขยายสาขาใหม่มากนัก แต่มุ่งทำธุรกิจเพื่อตอบแทนสังคมมากที่สุด เพื่อยกระดับรายได้ของประชาชนในพื้นที่ดอยตุง ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกกาแฟให้มีรายได้อย่างยั่งยืน ไม่ให้ตัดไม้ทำลายป่า โดยจะเลือกจำนวนขยายสาขาใหม่ตามทำเลที่เหมาะสม ทั้งในออฟฟิศ และในสถานที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยรูปแบบขยายสาขาจะเป็นสาขาเดี่ยวเป็นหลัก”นายธนาวัฒน์ กล่าว
บริษัทได้รับผลกระทบจากต้นทุนเม็ดกาแฟที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก และต้นทุนการผลิตในด้านอื่น แต่ยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาขายของกาแฟดอยตุง โดยวางราคาขายเท่าเดิม คือ 60 บาทต่อแก้ว จากนโยบายหลักในการทำกาแฟดอยตุง คือ มุ่งทำธุรกิจเพื่อตอบแทนสังคม และมุ่งเน้นให้คนไทยได้บริโภคกาแฟที่ดี โดยกระบวนการผลิตกาแฟทั้งหมดจะใช้จากเกษตรกรในพื้นที่ ดอยตุง จ.เชียงใหม่ ซึ่งบริษัทมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการบริการในร้านค้า และประสิทธิภาพการผลิตสินค้าให้สูงขึ้น เพื่อให้สามารถควบคุมต้นทุนในร้านค้าที่สูงขึ้นได้
นายธนาวัฒน์ กล่าวว่า บริษัทมีรายได้หลักจากเครื่องดื่ม รองลงมา เป็นขนม เบเกอรี และสินค้าหัตถกรรมจากประชาชนในพื้นที่ดอยตุง ส่วนตลาดส่งออกเมล็ดกาแฟไปต่างประเทศนั้น มีสัดส่วนประมาณ 5% เมื่อเทียบกับรายได้ทั้งหมดของบริษัท โดยตลาดหลักในการส่งออกคือ ภูมิภาคอาเซียน ญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศในทวีปยุโรป
ขณะที่ตลาดรวมกาแฟในไทยปีนี้มีมูลค่า 3 หมื่นล้านบาท นั้น แบ่งเป็น ตลาดกาแฟพรีเมียม 5,000 ล้านบาท และกาแฟปรุงสำเร็จ (ทรีอินวัน) ประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท โดยตลาดกาแฟที่เติบโตมากสุดคือ กาแฟทรีอินวัน เป็นระดับตัวเลขสองหลัก ส่วนกาแฟพรีเมียมเติบโตเป็นตัวเลขหลักเดียว ประกอบกับตลาดกาแฟในระดับบน (พรีเมียม) ของไทย ที่มีมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท เป็นตลาดที่มีโอกาสขยายตัวได้มากในอนาคต







