posttoday
โมบายแอพฯ คิดต่างสร้างตลาดฝ่าเรดโอเชียน

โมบายแอพฯ คิดต่างสร้างตลาดฝ่าเรดโอเชียน

02 พฤษภาคม 2554

ตลาดแอพพลิเคชันบนมือถือนั้นมีโอกาสอย่างสูงสำหรับประเทศไทย แต่ต้องเร่งพัฒนาบุคลากรและต้องมีแนวคิดทางการตลาด เพื่อหลีกหนีจากเรดโอเชียนที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น....

ตลาดแอพพลิเคชันบนมือถือนั้นมีโอกาสอย่างสูงสำหรับประเทศไทย แต่ต้องเร่งพัฒนาบุคลากรและต้องมีแนวคิดทางการตลาด เพื่อหลีกหนีจากเรดโอเชียนที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น....

โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์

ตลาดโมบายแอพพลิเคชัน หรือแอพพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์พกพา เช่น แท็บเล็ต คาดว่าจะมีมูลค่าถึง 9,800 ล้านบาท ในปีนี้ เพราะกระแสการใช้คอนเทนต์ต่างๆ ผ่านสมาร์ตโฟนมาแรง รับกับราคาเครื่องที่ลดต่ำลง 1 หมื่นบาท หรือเครื่องราคาสูงที่ใช้งานได้คล่องมือมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มไอโฟนและแอนดรอยด์ ที่ทำให้การใช้งานรายบุคคลแพร่หลายมากขึ้นอย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้ใช้ระดับกลางขึ้นไป ขณะที่การใช้งานในกลุ่มองค์กรต่างๆ เพื่อเสริมศักยภาพการทำงานก็มีมากขึ้นแทบทุกวัน

โมบายแอพฯ คิดต่างสร้างตลาดฝ่าเรดโอเชียน

จากกระแสดังกล่าว ทำให้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรนักพัฒนาแอพพลิเคชันบนมือถือในประเทศไทยมีความรุนแรงและชัดเจนมากขึ้น โดยคาดว่าบริษัทที่พัฒนาแอพพลิเคชันบนมือถือหลักๆ ประมาณ 20-30 ราย มีงานมากเกินกว่ากำลังคนที่มีอยู่แล้ว และยังเป็นเรื่องยากที่จะเพิ่มกำลังคนให้เพียงพอต่องานที่เพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้นจึงเป็นอุปสรรคในการขยายตลาดแอพพลิเคชันบนมือถือในประเทศไทย ทั้งที่ฝีมืออยู่ในระดับแนวหน้าของโลก และยังเป็นเรื่องยากที่จะขยายโอกาสไปต่างประเทศ เพราะแค่งานภายในก็ทำกันเต็มเวลาแล้ว

สิทธิพล พรรณวิไล หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ เนย นักล่ารางวัลแอพพลิเคชันบนมือถือที่ผ่านสังเวียนมาแล้วทั่วโลกผู้บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท หัวลำโพง กล่าวว่า ตอนนี้ถ้าสามารถพัฒนาแอพพลิเคชันบนมือถือได้ ก็มีงานทำทันที บริษัทมีคนประมาณ 10 คนเท่านั้น มีเป้าขยายเป็น 50 คนในปีนี้ แต่ก็ยังเป็นเรื่องยาก เพราะคนที่เก่งมีความสามารถส่วนใหญ่สมองไหลไปอยู่ต่างประเทศหรือบริษัทข้ามชาติอื่นๆ หมด

“ภาครัฐต้องเร่งผลิตบุคลากรออกมาให้ทันกับความต้องการของตลาด ถ้าช้าจากนี้อีก 2-3 ปี ก็จบ แนวโน้มอาจจะเปลี่ยนอีกก็ได้ ตอนนี้ถ้าพิจารณาจริงๆ ไทยมีนักพัฒนาอยู่ในหลักร้อยคนเท่านั้นและมีแอพพลิเคชันอยู่ในหลักพัน ซึ่งถือว่าน้อยมาก” สิทธิพล กล่าว
หนทางหนึ่ง คือ การลงไปทำงานร่วมกับนักศึกษา คือ นักศึกษาสามารถทำงานพัฒนาแอพพลิเคชันไปพร้อมๆ กับเรียนได้ นอกจากได้ประสบการณ์ตรงแล้ว ยังได้งานทำตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ถือว่าได้ประโยชน์ทุกฝ่าย แต่ปัญหาของวิธีนี้ คือ บุคลากรที่จะลงไปประกบการทำงานก็ยังไม่มีเพียงพอ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตลาดจะยังมีความต้องการบุคลากรมาก แต่ถ้าดูจำนวนแอพพลิเคชันในปัจจุบัน เฉพาะแอพพลิเคชันที่มีให้ดาวน์โหลดของแอปเปิล สโตร์ มีกว่า 3.8 แสนแอพพลิเคชัน ของแอนดรอยด์มีอีกกว่าแสนแอพพลิเคชัน และยังมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันทั่วโลก แสดงให้เห็นว่า ตลาดนี้กลายเป็นเรดโอเชียนไปแล้ว การแข่งขันดุเดือดมาก และแอพพลิเคชันส่วนใหญ่แจกฟรี โดยเป็นแอพพลิเคชันของแอปเปิล สโตร์ ประมาณ 40% และแอพพลิเคชันของแอนดรอยด์ประมาณ 80%

สิทธิพล กล่าวว่า สถานการณ์บอกให้รู้ว่า นักพัฒนาต้องมีหัวด้านการตลาด มีการวางแผนธุรกิจมากขึ้น จะหวังใช้ฝีมือเขียนแอพพลิเคชันอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเพียงแค่วันเดียวแอพพลิเคชันที่เขียนก็สามารถถูกเลียนแบบ ทำออกมาได้ดีกว่าและยังแจกฟรีอีกด้วย

เอกชัย เจริญพัฒนมงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอ-แอ๊ป ครีเอชั่น ผู้พัฒนาแอพพลิเคชันบนระบบไอโอเอส ติดอันดับ 1 ใน 100 ยอดดาวน์โหลดสูงที่สุดในโลก กล่าวว่า ตลาดแอพพลิเคชันของผู้ใช้ทั่วไปมีขนาดใหญ่ แต่ตลาดลูกค้าองค์กรยังมีขนาดใหญ่ขึ้นไปอีก การรวมกลุ่มของนักพัฒนาจะช่วยให้การทำตลาดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากจะเข้าไปแข่งขันในตลาดเรดโอเชียน ก็ต้องมีกลยุทธ์

“หากรู้ว่าต้องโดนเลียนแบบแน่นอน ก็ต้องวางแผนเป็นปี พัฒนาแอพพลิเคชันหลายเวอร์ชันแล้วค่อยๆ ปล่อยออกไป มองสิ่งรอบตัวแล้วสามารถสร้างสรรค์เป็นแอพพลิเคชันที่แตกต่างได้ ซึ่งส่วนของไอ-แอ๊ป จะรู้จุดแข็งของตัวเอง คือ ผลิตแอพพลิเคชันสำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มแอปเปิลทั้งหมด ทั้งไอโฟน ไอแพด และคอมพิวเตอร์แมคอินทอช ซึ่งมีระบบการจัดเก็บเงินที่ชัดเจน เชื่อว่าธุรกิจตรงนี้ยังสามารถไปได้อีกระยะ แต่ก็ต้องมองหาแนวทางอื่นเตรียมไว้เช่นกัน” เอกชัย กล่าว

โมบายแอพฯ คิดต่างสร้างตลาดฝ่าเรดโอเชียน

ทั้งนี้ ไอ-แอ๊ป ถือเป็นผู้พัฒนาที่ติด 100 อันดับแรกแอพพลิเคชันที่ได้รับความนิยมในการดาวน์โหลดมากที่สุดทั่วโลก ถือเป็นต้นทุนอย่างดี ทำให้ผู้ใช้ยินดีที่จะจ่ายเงินดาวน์โหลดแอพพลิเคชันใหม่ๆ อยู่เสมอ เพราะชื่อเป็นที่ติดตลาดเรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับนักพัฒนาหน้าใหม่นี่คือเรื่องยากแน่นอน

สิทธิพล กล่าวว่า แนวโน้มที่มีโอกาสเป็นไปได้สูง คือ การแจกแอพพลิเคชันคุณภาพดีให้ใช้งานฟรีจนติดตลาด จากนั้นจึงใส่โฆษณาที่ไม่เป็นการรบกวนผู้ใช้เข้าไป ซึ่งอาจต้องใช้เวลาเป็นปีกว่าจะใส่โฆษณาเข้าไปได้ นี่ถือเป็นรูปแบบของการขายบริการ ไม่ใช่ขายแอพพลิเคชัน แต่ระหว่างนั้นก็ต้องหารายได้จากช่องทางอื่นๆ เช่น รับพัฒนาแอพพลิเคชันต่างๆ ให้กับลูกค้าองค์กรไปด้วย จะหวังให้ขายแอพพลิเคชันให้ได้รายได้มาเป็นเรื่องยาก ต้องพัฒนาไปสู่การเป็นบริการแอพพลิเคชันแทน

อีกวิธีหนึ่ง คือ การทำแอพพลิเคชันที่มีลักษณะเป็นบริการและมีการเก็บรายได้จากการใช้งาน ซึ่งกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จที่สุด คือ แบล็คเบอร์รี่ หรือ บีบี ที่ให้บริการพุชเมลและแชต ที่หลายคนคิดว่าฟรี แต่จริงๆ แล้วค่าบริการได้ถูกรวมอยู่ในแพ็กเกจค่าบริการเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นลักษณะบริการที่กินยาวๆ ได้อีกนาน

นอกจากนี้ อีกแนวทางหนึ่ง คือ อย่ามองแต่แพลตฟอร์มที่เป็นที่นิยมเท่านั้น เช่น ตอนนี้ไอโอเอสจากค่ายแอปเปิลและแอนดรอยด์จากกูเกิลเป็นทิ่นิยมสูงสุดทำให้แอพพลิเคชันแน่นอนว่าจะทิ้งไม่ได้ แต่ลองหันมาดูวินโดวส์โฟน 7 ของไมโครซอฟท์ หรือซิมเบียนจากค่ายโนเกียที่มีโอวี่อยู่ ก็เป็นแนวทางการพัฒนาแอพพลิเคชันเพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันสูงๆได้เช่นกัน

ยิ่งปัจจุบันวิธีการจ่ายเงิน ก็มีส่วนทำให้ผู้ใช้ยอมจ่ายเงินเพื่อดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน เช่น ไอโอเอส ใช้วิธีผูกกับบัตรเครดิต แต่ไม่เป็นที่นิยมนักในประเทศไทย แต่โอวี่ของโนเกีย ใช้วิธีร่วมมือกับผู้ให้บริการและตัดเงินผ่านการใช้งานรายเดือนหรือระบบพรีเพดก็ได้ ทำให้ยอดการดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นกว่า 30 เท่า ส่วนแอนดรอยด์กำลังมีความร่วมมือกับอะเมซอน คาดว่าจะมีการจัดการเรื่องการเก็บเงินออกมาในเร็วๆ นี้

ภาพทั้งหมดได้แสดงให้เห็นว่า ตลาดแอพพลิเคชันบนมือถือนั้นมีโอกาสอย่างสูงสำหรับประเทศไทย แต่ต้องเร่งพัฒนาบุคลากรและต้องมีแนวคิดทางการตลาด เพื่อหลีกหนีจากเรดโอเชียนที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย