posttoday
ประกันสังคมรื้อโครงสร้าง ลดพอร์ตลงทุนเงินฝาก

ประกันสังคมรื้อโครงสร้าง ลดพอร์ตลงทุนเงินฝาก

21 เมษายน 2554

ตามปฏิทินของ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ที่จะลดวงเงินคุ้มครองลงนับจากวันที่ 11 ส.ค. 2554

ตามปฏิทินของ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ที่จะลดวงเงินคุ้มครองลงนับจากวันที่ 11 ส.ค. 2554

โดย...ทีมข่าวการเงิน

ตามปฏิทินของ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ที่จะลดวงเงินคุ้มครองลงนับจากวันที่ 11 ส.ค. 2554 เหลือไม่เกิน 50 ล้านบาท จากนั้นอีก 1 ปี ลดวงเงินคุ้มครองเหลือไม่เกิน 1 ล้านบาท ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในแวดวงการเงินไม่น้อย

เพราะไม่เฉพาะแต่ลูกค้าของธนาคารเท่านั้นที่วิตกถึงความมั่นคงของเงินที่เก็บไว้ในบัญชี แต่บรรดากองทุนขนาดใหญ่ ก็หวั่นเกรงว่าเงินที่เก็บจากสมาชิกนับแสนล้านจะกระทบกระเทือนหรือไม่

ล่าสุดสำนักงานประกันสังคมหนึ่งในกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยขณะนี้ จำเป็นต้องปรับโครงสร้างทางการเงินขนานใหญ่เพื่อรองรับกับแผนการลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากของภาครัฐ จากเดิมที่เคยคุ้มครองเต็ม 100% ก็กลับเป็นว่าไม่ได้รับความคุ้มครองเลย

ประกันสังคมรื้อโครงสร้าง ลดพอร์ตลงทุนเงินฝาก

แหล่งข่าวจากสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า ในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา กองทุนประกันสังคมได้ทยอยลดสัดส่วนการลงทุนฝากเงินลงเหลือล่าสุดแค่ 1% ของวงเงินลงทุนทั้งหมดกว่า 7 แสนล้านบาท

“ถือเป็นการปรับพอร์ตลงทุนหลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายการลดการคุ้มครองเงินฝาก โดยลดสัดส่วนการฝากเงินจากเดิมจะเน้นการฝากเงินธนาคารพาณิชย์ 50% ของเงินลงทุนทั้งหมด” แหล่งข่าวระบุ

ขณะเดียวกันประกันสังคมยังมีการแยกพอร์ตเงินฝากเป็นสองส่วน คือเงินฝากธนาคารพาณิชย์ที่รัฐบาลจะคุ้มครองเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท ภายในปี 2555 จะจัดอยู่ในกลุ่มการลงทุนที่มีความเสี่ยง โดยมีสัดส่วนการลงทุน 1.53% หรือประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท

และเงินฝากธนาคารของรัฐ ซึ่งจะจัดอยู่ในกลุ่มได้รับการคุ้มครองเงินฝากหรือการประกันของรัฐ จำนวน 1.16 หมื่นล้านบาท หรือ 1.47% ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเงินฝากกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่เข้าโครงการปล่อยกู้ให้ผู้ประกันตนกู้ซื้อบ้านอัตราดอกเบี้ยพิเศษ

แหล่งข่าวระบุว่า ที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์หลายแห่งได้เปลี่ยนรูปแบบการฝากเงินเป็นการนำเสนอขาย ตั๋วสัญญาใช้เงิน (พีเอ็น) ซึ่งได้รับดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากปกติ แต่กองทุนประกันสังคมก็ต้องเลือกการลงทุนกับสถาบันการเงินที่มั่นคงเช่นกัน

“ตั๋วพีเอ็นให้ผลตอบแทนสูงกว่า 3% แล้วแต่ระยะเวลาในการถือ ซึ่งเมื่อเทียบกับเงินฝากแล้วดีกว่า เพราะเงินฝากให้ตอบแทนอยู่ที่ไม่เกิน 3% เท่านั้น” แหล่งข่าวระบุ

อย่างไรก็ดี การลงทุนในตั๋วพีเอ็นก็ทำให้ประกันสังคมต้องปรับตัว เพราะแม้แบงก์พาณิชย์ที่เคยฝากเงินจะเป็นผู้ออกตั๋ว แต่ต้องจัดเป็นกลุ่มการลงทุนที่มีความเสี่ยง เพราะตั๋วพีเอ็นไม่มีการค้ำประกันเงินฝาก แม้ให้ดอกเบี้ยสูงแต่ผู้ซื้อต้องรับความเสี่ยงเอาเอง

ส่วนการขยายการลงทุนไปในตลาดหุ้นนั้น ส่วนใหญ่ประกันสังคมจะเลือกหุ้นที่มีพื้นฐานดี เป็นหุ้นขนาดใหญ่สามารถถือครองได้เกินกว่า 6 เดือน เช่น กลุ่มพลังงาน ปูนซีเมนต์ จะไม่เล่นหุ้นตัวเล็กที่มีการขึ้นลงของราคาหวือหวา

ปัจจุบันกองทุนประกันสังคมมีเงินลงทุนรวมประมาณ 7.9 แสนล้านบาท โดยลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง 80% ประมาณ 640,801 ล้านบาท ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยง 20% หรือประมาณ 141,058 ล้านบาท

ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ลงทุนใน พันธบัตรของรัฐและรัฐวิสาหกิจ รวมกว่า 70% ซึ่งจะต้องแย่งการลงทุนกับกลุ่มบริษัทประกันชีวิตกับประกันภัย ทำให้อาจจะได้รับผลตอบแทนไม่สูงนักแต่ก็ยังสูงกว่าการฝากเงิน

ขณะเดียวกันกองทุนยังมีความจำเป็นต้องขยายการลงทุนไปลงทุนซื้อพันธบัตรรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจในต่างประเทศ อสังหาริมทรัพย์

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนในต่างประเทศ โดยมีวงเงินลงทุน 600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะนำเสนอคณะกรรมการอนุมัติภายในเดือน พ.ค.นี้

ในปี 2553 กองทุนสามารถบริหารเงินลงทุนได้ผลตอบแทน 3.2 หมื่นล้านบาท และหากย้อนหลังไปดูจะพบว่าการบริหารเงินลงทุนของประกันสังคม มีอัตราผลตอบแทนเติบโตขึ้นทุกปีจากปี 2550-2552 จาก 2.4 หมื่นล้านบาท เป็น 2.6 และ 2.8 หมื่นล้านบาท

ผลพวงของการปรับพอร์ตลงทุนครั้งนี้ ทำให้โครงสร้างการหาผลตอบแทนจากเงินสะสมของประกันสังคมต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน อัตราผลกำไรที่เคยได้ปีละกว่า 3 หมื่นล้านบาท อาจจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

และยิ่งในปีหน้าสถาบันประกันเงินฝากจะลดวงเงินคุ้มครองเหลือ 1 ล้านบาท ยิ่งเป็นตัวบีบคั้นให้ประกันสังคมไม่มีทางเลือกต้องหาพันธบัตรัฐบาลที่มีเครดิตเรตติ้งดีมาลงทุน แต่ปัญหาก็คือยิ่งเรตติ้งดีเกรดพรีเมียม ก็ให้ผลตอบแทนน้อยเพราะถือว่าไม่มีความเสี่ยง

โดยในมุมมองของ สิงหะ นิกรพันธุ์ ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เห็นว่า นับจากนี้ไปผู้ฝากเงินต้องหาข้อมูล รวมถึงทางเลือกในการฝากเงินและการลงทุนในตราสารต่างๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งตื่นตัวที่จะออกผลิตภัณฑ์มาแข่งขันกันมากขึ้น แต่ทั้งนี้ผู้ลงทุนก็ควรพิจารณาให้รอบคอบและประเมินความคุ้มค่าระหว่างผลตอบแทน ความมั่นคงและความเสี่ยงด้วย

ความหลากหลายในการลงทุน ถือเป็นดาบสองคม คนที่ดูแลพอร์ตประกันสังคมต้องมีฝีมือจัดจ้านและเป็นมืออาชีพ ไม่เช่นนั้นอาจเอาไม่อยู่

เพราะเงินรายได้อาจไม่พอรองรับกับปริมาณผู้ประกันตนที่อายุมากขึ้นและจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี โดยประกันสังคมมีภาระต้องจ่ายเงินประกันชราภาพในอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้าเพิ่มมากขึ้น

หากรายได้ไม่พอรายจ่าย จะถูกมองว่าสถานะกองทุนประกันสังคมถังแตก!!

หลังจากนี้ใครที่เคยบอกว่าการนำเงินฝากแบงก์ปลอดภัย ก็ต้องกลับคำพูดใหม่ เพราะถ้าแบงก์เกิดซวนเซหรือล้มลงไป รัฐบาลก็ไม่ได้จ่ายเงินคืนให้ผู้ฝากเงินทุกคนเหมือนปี 2540 อีกต่อไป


 

 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน