
กนง.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก0.25%
กนง.มีมติ 6 ต่อ 1 เสียงให้ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เพิ่มเป็น 2.75% ส่วนอีก 1 เสียงต้องการให้ชะลอการขึ้นดอกเบี้ย เพื่อประเมินผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ระบุทิศทางดอกเบี้ยยังขาขึ้น
กนง.มีมติ 6 ต่อ 1 เสียงให้ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เพิ่มเป็น 2.75% ส่วนอีก 1 เสียงต้องการให้ชะลอการขึ้นดอกเบี้ย เพื่อประเมินผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ระบุทิศทางดอกเบี้ยยังขาขึ้น
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมกานโยบายการเงิน(กนง)วันนี้ว่า ที่ประชุมมีมติ ให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 2.50% เพิ่มเป็น 2.75% ต่อปี ด้วยมติ 6 ต่อ 1 เสียงโดยให้มีผลทันที
"สำหรับ 1 เสียงที่ไม่เห็นด้วยกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ ยังเห็นด้วยกับทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นที่จำเป็นต้องดูแลแนวโน้มเงินเฟ้อในระยะต่อไป เพื่อส่งสัญญาณสร้างความมั่นใจในการดูแลเงินเฟ้อให้อยู่ในเป้าหมาย แต่ครั้งนี้ 1 เสียงดังกล่าวต้องการให้ชะลอการขึ้น เพื่อรอประเมินผลกระทบจากปัญหาญี่ปุ่นต่อเศรษฐกิจให้ชัดเจนก่อนเท่านั้น เพราะกระทบต่อภาคการผลิตที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์"นายไพบูลย์กล่าว
ทั้งนี้ กนง.จะยังติดตามแนวโน้มเงินเฟ้อในระยะต่อไปอย่างใกล้ชิด เพราะถึงแม้จะมีนโยบายรัฐบาลมาอุดหนุนราคาน้ำมันช่วยให้เงินเฟ้อชะลอลงบ้าง แต่หลังหมดมาตรการเงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นอีก โดยขณะนี้แรงกดดันเงินเฟ้อยังมีมากขึ้น จากการขยายตัวต่อเนื่องของอุปสงค์ เห็นได้จากผู้ประกอบการสามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าด้วยการปรับราคาสินค้าได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามโดยรวมเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ในเกณฑ์ดี แม้จะเผชิญกับปัจจัยลบบ้าง
ด้าน นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การที่คณะกรรมกานโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% รวมเป็น 2.75% ต่อปี ถือเป็นองค์ประกอบทางด้านลบต่อการประกอบธุรกิจ เนื่องจากมองว่ากนง. ควรจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้ออกไปก่อน เพราะในปัจจุบันมีปัจจัยลบที่เข้ามาส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศค่อนข้างมาก เช่น ผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ ผลกระทบจากแผ่นดินไหวและสึนามิจากญี่ปุ่น รวมทั้งราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงควรจะชะลอไว้เพื่อดูแลเศรษฐกิจในประเทศ
ทั้งนี้ แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยของไทยจะยังอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค แต่ที่สำคัญควรจะดูระบบเศรษฐกิจในประเทศเป็นหลัก
"เข้าใจว่ากนง.ต้องการชะลอการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ แต่การขึ้นดอกเบี้ยทำให้ต้นทุนทางการเงินสูง ประชาชนจะใช้จ่ายระวังมากขึ้น กำลังซื้อผู้บริโภคจะชะลอตัวลง"นายพยุงศักดิ์ กล่าว







