
ลีสซิ่งกสิกรหวั่นไตรมาส2วูบ
ญี่ปุ่นไม่ส่งอะไหล่ค่ายรถยนต์จุกมั่นใจทั้งปีปล่อยกู้4.3หมื่นล้าน
ญี่ปุ่นไม่ส่งอะไหล่ค่ายรถยนต์จุกมั่นใจทั้งปีปล่อยกู้4.3หมื่นล้าน
ลีสซิ่งกสิกรไทย คาดไตรมาส 2 ตลาดรถเงียบ แต่ยังตั้งเป้าปล่อยอีก 2.1 หมื่นล้าน หลังราคาเกษตรส่งออกหนุนยอด
นายอิสระ วงศ์รุ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย กล่าวว่า ปัญหาสึนามิในญี่ปุ่นจะส่งผลทำให้ตลาดรถยนต์ในไตรมาส 2 ปีนี้ซบเซา อาจมีการส่งมอบรถยนต์น้อยลง เพราะขาดชิ้นส่วนประกอบจากญี่ปุ่น แม้ชิ้นส่วนที่ใช้จะมีสัดส่วนไม่มาก แต่ถ้าขาดแค่บางชิ้นก็ไม่สามารถประกอบรถยนต์ได้ ขณะนี้จึงมีเพียงสต๊อกรถยนต์ที่ผลิตก่อนหน้านี้ ผู้ที่ซื้อก็จะต้องรอรถยนต์ เพราะส่งมอบไม่ได้ในไตรมาส 2
“ตลาดไตรมาส 2 เงียบแน่ๆ เพราะรถประกอบใหม่ไม่มี ที่มีเหลืออยู่ก็น้อยมาก แต่เชื่อว่าครึ่งปีหลังตลาดจะกลับมาดีมาก เพราะมีความต้องการรถมาก” นายอิสระ กล่าว
อย่างไรก็ดี ไตรมาสแรกยอดขายรถยนต์ใหม่ทั้งระบบเติบโตจากปีก่อน 40% ซึ่งถือว่าดีเกินคาด ทำให้คาดว่าทั้งปีจะมีรถยนต์ออกใหม่ 9 แสนคัน หรือเติบโตจากปีก่อน 612% จากเดิมที่คาดว่าจะมียอดขายรถยนต์ 8.4-8.5 แสนคัน ขณะที่ปีก่อนยอดขายรถยนต์ใหม่ทั้งระบบอยู่ที่ 8 แสนคัน
ปัจจัยที่ทำให้ตลาดรถยนต์ในปีนี้เติบโตสูง เนื่องจากภาคการส่งออกมีการขยายตัวมาก สินค้าเกษตรราคาสูง มีการลงทุนจากภาครัฐและเอกชน รวมทั้งโครงการประชาวิวัฒน์ของรัฐบาล ในขณะที่บริษัทรถยนต์มีการเปิดตัวรุ่นใหม่ โดยเฉพาะรถเล็กประหยัดน้ำมัน (อีโคคาร์)
นายอิสระ กล่าวว่า สถานการณ์ในญี่ปุ่นทำให้บริษัทได้ปรับแผนปีนี้ใหม่ โดยมุ่งไปที่รถอีโคคาร์และรถกระบะ ซึ่งน่าจะชดเชยยอดรถยนต์ในไตรมาส 2 ที่ปรับลดลงได้
สำหรับไตรมาส 2 บริษัทตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่เพิ่มอีก 21,858 ล้านบาท โดยเป็นสินเชื่อเช่าซื้อและลีสซิง 16,683 ล้านบาท และสินเชื่อเพื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ 5,175 ล้านบาท สำหรับเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อใหม่ตลอดปีนี้ยังคงเป้าหมายที่ 43,304 ล้านบาท เพิ่ม 4.06% และมียอดสินเชื่อคงค้างรวมตลอดปีที่ 64,561 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 19.76%
ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จะไม่ให้เกิน 1.66% จากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 1.12%
นายอิสระ กล่าวว่า ไตรมาสแรกบริษัทมียอดสินเชื่อใหม่ที่เป็นสินเชื่อเช่าซื้อและลีสซิงเพิ่มจากปีก่อน 37% และมีสินเชื่อเพื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เพิ่มขึ้นกว่า 46.3% ทำให้ขณะนี้บริษัทมียอดรวมสินเชื่อคงค้างทั้งหมด 57,744 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 24.84%







