
สทท.คาดทั้งปีนักท่องเที่ยวโตลดลง5-8%
สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คาดทั้งปี 54 ปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง 5 – 8% สร้างรายได้ 6 แสนล้านบาท ชี้ยังมีปัจจัยลบน่าห่วงหลายประการ
สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คาดทั้งปี 54 ปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง 5 – 8% สร้างรายได้ 6 แสนล้านบาท ชี้ยังมีปัจจัยลบน่าห่วงหลายประการ
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คาดการณ์ว่าปีนี้ทั้งปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง 5 – 8% เมื่อเทียบกับการคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวของปี 2554 ในเดือน ธ.ค. 2553 ที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโต 8 – 10%
โดยคิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดในปีนี้ประมาณ 16 – 17 ล้านคน สามารถสร้างได้ให้กับประเทศราว 6.22 – 6.40 แสนล้านบาท ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่จะเดินทางในประเทศคาดว่าจะขยายตัวเพียง 5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา หรือคิดเป็นจำนวน 95 ล้านคนต่อครั้ง สร้างรายได้เป็นเม็ดเงินราว 3 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศไม่เติบโตเท่าที่ควร เนื่องจากยังมีปัจจัยลบอยู่หลายประการ อาทิ ปัญหาเศรษฐกิจในประเทศต่างๆ ชะลอตัว โดยเฉพาะทวีปยุโรป ส่งผลให้นักท่องเที่ยวมีช่วงระยะเวลาพักสั้นลง การจองที่พักล่วงหน้าช้าลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศในแถบสแกนดิเนเวียลดลง เนื่องจากมีชาวสแกนดิเนเวียจำนวนหนึ่งซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมแทนจากพักโรงแรม
ปัญหาภัยธรรมชาติ เช่น แผนดินไหวและสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น ส่งผลต่อนักท่องเที่ยวจากชาวญี่ปุ่นยกเลิกและชะลอการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ส่วนปัญหาน้ำท่วมในภาคใต้ของประเทศไทยก็ส่งผลให้โรงแรมและที่พักต่างๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช กระบี่ สมุย เป็นต้น ถูกยกเลิกการเข้าพักเป็นจำนวนมาก
“สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้การท่องเที่ยวภาคใต้ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาซบเซาเป็นอย่างมาก เพราะสื่อมวลชนนำเสนอข่าวปัญหาน้ำท่วมเพียงด้านเดียว นำเสนอภาพความเสียหายเท่านั้น ไม่ได้นำเสนอข่าวพื้นที่หรือบริเวณที่ไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งยังมีชายทะเลอีกหลายแห่งที่ไม่ประสบปัญหาสามารถท่องเที่ยวได้ ดังนั้นจึงวอนขอให้สื่อมวลชนช่วยนำเสนอภาพข่าวทั้งสองด้าน” นางปิยะมาน กล่าว
ปัญหาความไม่มั่นคงทางการเมือง ซึ่งประเทศในทวีปตะวันออกกลาง เช่น อียิปต์ บาเรนห์ เป็นต้น ที่มีปัญหาการจลาจลภายในประเทศ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อไม่สามารถเดินทางออกมาท่องเที่ยวได้ ปัญหาการเมืองภายในประเทศ เช่น การเลือกตั้งใหม่ที่กำลังจะมาถึง ที่คาดการณ์ไม่ได้ว่าพรรคใดจะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล ปัญหาความก้าวหน้าของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยพบว่าพฤติกรรมนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่หันไปใช้อินเตอร์เน็ตในการจองที่พักตรงกับโรงแรมมากขึ้นแทนการจองผ่านบริษัททัวร์ จึงส่งผลกระทบต่อบริษัททัวร์ในประเทศ
นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องสายการบินต่างๆ เปลี่ยนเครื่องเช่าเหมาลำจากเครื่องใหญ่เป็นเครื่องเล็ก ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาได้ในจำนวนที่ลดลง ปัญหาสุดท้าย คือ แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่ภาครัฐและเอกชนควรจะร่วมมือกันสร้างเพื่อให้เป็นทางเลือกกับนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มที่เคยมาเป็นประจำอยู่แล้ว โดยมีจำนนถึง 60%
นางกงกฤช หิรัญกิจ ประธานฝ่ายนโยบาย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มีแนวโน้มว่าในอีกไม่ช้าผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร จะต้องปรับราคาเพิ่มขึ้นอีก 5 – 10% เช่น ค่าห้องพัก ค่าอาหาร เนื่องจากเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าต้นทุนการผลิตจะปรับตัวขึ้นอีก เช่น ค่าจ้างแรงงาน ราคาพลังงานทุกชนิดจะต้องปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน อาหารและเครื่องดื่มที่มีราคาสูงขึ้นจากปัญหาความขาดแคลน และภัยธรรมชาติต่างๆ
นายกุศะ ปันยารชุน ประธานที่ปรึกษา สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า นโยบายการตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่รัฐบาลประกาศออกมา นับว่าเป็นนโยบายที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว เนื่องจากไม่ส่งผลให้อัตราค่าครองชีพและค่าขนส่งในประเทศสูงขึ้นไปอีก







