
รัสเซียยอมจ่ายหนี้ข้าว36ล้าน
ไทยโล่ง กระทรวงการคลังรัสเซียยอมอนุมัติงบใช้หนี้ข้าวคืนไทยกว่า 36 ล้านเหรียญสหรัฐ
ไทยโล่ง กระทรวงการคลังรัสเซียยอมอนุมัติงบใช้หนี้ข้าวคืนไทยกว่า 36 ล้านเหรียญสหรัฐ
นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังของรัสเซียได้อนุมัติงบประมาณสำหรับชำระหนี้ข้าวของไทยเป็นเงินสด 36.44 ล้านเหรียญสหรัฐแล้ว และพร้อมที่จะชำระหนี้ข้าวให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
ปัญหาหนี้ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2533 รัสเซียขอซื้อข้าวจากไทย 2 แสนตัน เป็นเงินเชื่อ กำหนดชำระภายใน 2 ปี หรือเดือน มี.ค. 2536 คิดดอกเบี้ยปีละ 4% มูลค่าประมาณ 60 ล้านเหรียญสหรัฐ
กรมการค้าต่างประเทศได้ส่งมอบข้าวให้แล้วตั้งแต่เดือน ม.ค. 2534 มีการผ่อนชำระเป็นระยะๆ แต่ไม่ต่อเนื่อง เพราะสหภาพโซเวียตก็ล่มสลาย กระทั่งมีการเจรจาปรับโครงสร้างนี้ และการเจรจาประสบความสำเร็จในที่สุด
หลังจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังมีแผนพัฒนาความร่วมมือผลักดันการค้าเพิ่มเติม โดยทั้งสองประเทศตกลงตั้งเป้าหมายขยายการค้าจากเดิมปีละ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2558
พร้อมกันนี้ ยังจะถือโอกาสนี้ผลักดันให้รัสเซียเปิดรับสินค้าไก่สดแช่แข็ง ไก่แปรรูปและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำของไทย โดยเร่งรัดให้ฝ่ายรัสเซียส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจรับรองโรงงาน พร้อมทั้งจัดทำข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านการควบคุมด้านความปลอดภัยของสินค้าประมง
ขณะที่การลงทุนทั้งสองฝ่ายเห็นควรให้ใช้ประโยชน์ในการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ซึ่งไทยเป็นสมาชิกของอาเซียนที่กำลังจะรวมตัวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างสมบูรณ์ในปี 2558 ส่วนรัสเซียได้รวมตัวเป็นสหภาพศุลกากรกับเบลารุสและคาซัคสถาน ไทยจึงเสนอให้รัสเซียเข้ามาใช้ประโยชน์จากนโยบายส่งเสริมการลงทุนของไทย โดยการเข้ามาจัดตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคและสำนักงานส่งเสริมการค้าและการลงทุนซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ทั้งทางด้านภาษีและที่มิใช่ภาษี เพื่อส่งเสริมการอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน
“ไทยและรัสเซียมีโอกาสในการร่วมมือในด้านต่างๆ เช่น ไทยมีโครงการฝึกอบรมให้กับผู้ประกอบการค้าและพนักงานขายอัญมณีของรัสเซียในด้านคุณภาพพลอยสี และการส่งเสริมการขายอัญมณีในตลาดรัสเซีย การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ศุลกากรและผู้ประกอบการไทยด้านกระบวนการศุลกากรของรัสเซีย การแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ประกอบการและกฎระเบียบด้านการลงทุนระหว่างกัน การแลกเปลี่ยนสถิติการค้าและการลงทุน”
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นความสำคัญของการอำนวยความสะดวกในการชำระค่าสินค้าและบริการระหว่างกัน จึงเห็นชอบที่จะสนับสนุนให้มีความร่วมมือระหว่างธนาคารของทั้งสองฝ่ายในด้านการเปิดบัญชีชำระเงินเป็นสกุลเงินบาทและเงินรูเบิล และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการธนาคารระหว่างกันด้วย
สำหรับการท่องเที่ยว รัสเซียถือเป็นตลาดที่มีการเติบโตด้านการท่องเที่ยวสูงนปี 53 มีนักท่องเที่ยวรัสเซียเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยกว่า 600,000 คน มากเป็นอันดับ 4 ของสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติ ดังนั้น ทั้งสองฝ่ายจึงเห็นชอบร่วมกันที่จะสนับสนุนและพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวระหว่างกัน และจัดอบรมภาษารัสเซียให้แก่มัคคุเทศก์ไทย ใช้ไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย เอื้อทั้งภาคการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เป็นประโยชน์ต่อสองฝ่าย







