posttoday
หุ้นรับเหมาตุนทุนเพียบ ฝ่าสัญญากาศเลือกตั้งสบาย

หุ้นรับเหมาตุนทุนเพียบ ฝ่าสัญญากาศเลือกตั้งสบาย

15 เมษายน 2554

ประเด็นข่าวใหญ่ที่ประเทศไทยกำลังจะเดินเข้าสู่การเลือกตั้ง

ประเด็นข่าวใหญ่ที่ประเทศไทยกำลังจะเดินเข้าสู่การเลือกตั้ง

 
โดย...ยินดี เรืองดิษฐ์

ประเด็นข่าวใหญ่ที่ประเทศไทยกำลังจะเดินเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไปอีกครั้งประมาณกลางปี 2554 ได้กลายเป็นปัจจัยบวกที่จุดพลุให้เงินทุนต่างชาติไหลทะลักเข้ามาลุยลงทุนตลาดหุ้นไทยอย่างร้อนแรง และเพียงปลายเดือน มี.ค. ต่อเนื่องถึงเดือน เม.ย. เงินต่างชาติเข้ามาซื้อสุทธิเกือบ 2 หมื่นล้านบาทแล้ว และผลักดันให้ดัชนีหุ้นไทยพุ่งปรี๊ด ทำสถิติสูงสุดในรอบ 15 ปี โดยล่าสุดดัชนีปิดที่ 1,088 จุด !!!!

ข่าวการเลือกตั้งถูกยืนยันว่าโอกาสเกิดขึ้นจริงหนักแน่นมากขึ้น หลังสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งทั้ง 3 ฉบับ และจะนำเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา และหากเป็นไปตามกำหนดการที่รัฐบาลวางกรอบไว้ การพิจารณาของวุฒิสภาน่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน เม.ย. 2554 ซึ่งก็จะทำให้การยุบสภาเกิดได้ภายในสัปดาห์แรกของเดือน พ.ค. และกำหนดวันเลือกตั้ง 26 มิ.ย. 2554 หรือ 3 ก.ค. 2554

ผลสำรวจล่าสุดของสมาคมนักวิเคราะห์ หลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) ที่สำรวจล่าสุดจาก 21 บริษัทหลักทรัพย์นั้น เสียงส่วนใหญ่ของผู้ตอบคำถามกว่า 95% เชื่อว่าประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งแน่นอนกลางปีนี้

นอกจากนี้ การเลือกตั้งที่กำลังจะเดินทางมาถึง ทำให้มีการคาดการณ์ว่าจะทำให้เงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง และสุดท้ายก็จะช่วยทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตจากเม็ดเงินที่จะมีการใช้จ่ายในการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นนั่นเอง

lหุ้น 3 กลุ่มได้ประโยชน์

สมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์ กล่าวในมุมมองส่วนตัวว่า หุ้นที่จะได้ประโยชน์จากการเลือกตั้งมีทั้งหมด 3 กลุ่ม 1.กลุ่มผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง เพราะทุกพรรคการเมืองจะมีการหาเสียงด้วยการชูเรื่องอภิมหาโปรเจกต์การลงทุนก่อสร้าง 2.กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เพราะจะมีการกระจายการใช้จ่ายเงินในช่วงหาเสียง และ 3.กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการใช้งบโฆษณาประชาสัมพันธ์ในสื่อต่างๆ เช่น โทรทัศน์และหนังสือพิมพ์

lรับเหมางานตุนงานในมือ

ทั้งนี้ แม้ว่ามองว่าการเลือกตั้งจะเป็นปัจจัยบวกหนุนทั้งหุ้นและเศรษฐกิจ แต่ในส่วนของธุรกิจที่มีส่วนได้และเสียโดยตรงกับการเลือกตั้ง เช่น ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เกิดสุญญากาศกับงานรับเหมาก่อสร้างอย่างมาก เพราะในช่วงใกล้ยุบสภาเพื่อรอเลือกตั้ง และเมื่อเลือกตั้งเสร็จสิ้นก็จะต้องใช้เวลาในการฟอร์มรัฐบาลใหม่ ทำให้การประมูลงานก่อสร้างหยุดชะงัก

วัลลภ รุ่งกิจวรเสถียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโนไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) กล่าวว่า การที่ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในปีนี้ ถือว่าเป็นความเสี่ยงของธุรกิจด้วย เพราะปกติเมื่อมีการเลือกตั้งและมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จะทำให้เกิดช่องว่างของเวลา หรือเกิดสุญญากาศ 1 ปี กว่าที่งานก่อสร้างของภาครัฐจะออกมาใหม่อีกครั้ง

“บริษัทตระหนักดีว่าการทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีความเสี่ยงใน 2 เรื่องหลัก คือ เรื่องต้นทุนและการเมือง แต่บริษัทก็มีแนวทางในการจัดการ สามารถผ่านวิกฤตเศรษฐกิจมาได้ 3 ครั้ง ทำให้มีบทเรียน รับมือได้เป็นอย่างดี” วัลลภ กล่าว

ปัจจุบันบริษัทมีงานที่เซ็นสัญญาแล้วมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท และอยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญาอีกประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ทำให้บริษัทจะมีงานในมือร่วม 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นมูลค่าที่สูงมาก และทำให้บริษัทมีงานในมือเพียงพอที่จะฝ่าด่านสุญญากาศได้อย่างสบาย

บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ระบุว่า การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นจะไม่กระทบกับ STEC เพราะมีงานในมือ ณ วันที่ 15 มี.ค. 2554 กว่า 4.55 หมื่นล้านบาท และกำลังจะเซ็นงานใหม่อีก 5,900 ล้านบาท โดยงานในมือจำนวนนี้กว่า 67% เป็นงานของภาครัฐ

“ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร พรรคใดเป็นรัฐบาล ก็ไม่มีผลต่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพราะเชื่อว่ายังเป็นจักรกลสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่หากรัฐบาลใหม่ที่ไม่ใช่จากขั้วเดิม ก็อาจทำให้ล่าช้าบ้างเท่านั้นเอง” นักวิเคราะห์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน ระบุ

นอกจากนี้ การที่ STEC มีเงินสดในมือกว่า 2,000 ล้านบาท สามารถสต๊อกเหล็กและวัสดุก่อสร้างล่วงหน้าได้ 3 เดือน ทำให้การบริหารต้นทุนและอัตรากำไรยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี คาดว่าปีนี้จะมียอดขาย 1.45 หมื่นล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 784 ล้านบาท

ด้านวัชรพัธ วัชราภัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ (NWR) กล่าวว่า ในช่วงรอการเลือกตั้งย่อมเกิดช่องว่างของเวลา เพราะในช่วงที่ขบวนการเลือกตั้งกำลังจะเกิด รัฐบาลปัจจุบันก็ไม่เร่งใช้งบ ถ้าหากมั่นใจว่าจะได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีก เพราะไม่อยากก่องบผูกพันก่อนหมดวาระ เพราะอาจจะถูกนำไปโจมตีในการหาเสียงได้ และขณะเดียวกันก็จะต้องรอจนกว่าการเลือกตั้งจะเสร็จสิ้น และรอดูว่ารัฐบาลใหม่จะเป็นอย่างไร ซึ่งงานที่เกี่ยวกับการก่อสร้างในช่วงนี้ก็จะไม่ค่อยออกมา ดังนั้นการทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างจึงมีส่วนได้เสียโดยตรงกับการที่ประเทศจะต้องเดินเข้าสู่การเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของบริษัทนั้น ขณะนี้มีงานในมือกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังสามารถที่จะดำเนินการต่อไปได้ และยังเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่อง จึงไม่น่าจะได้รับผลกระทบอะไร อีกทั้งยังมองว่าแนวโน้มธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในอนาคตก็จะยังมีทิศทางที่ดีอยู่

สำหรับแนวโน้มรายได้ปีนี้น่าจะทรงตัวจากปี 2553 เพราะแม้ว่ามีการคาดกันว่าในเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้จะทำให้มีการซ่อมบำรุงถนนหนทาง แต่บริษัทก็ไม่น่าจะได้อานิสงส์อะไร เพราะเป็นเพียงการซ่อมบำรุง ไม่ใช่การสร้างทางใหม่แต่อย่างใด

ด้านบทวิเคราะห์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คงน้ำหนักการลงทุน “มากกว่าตลาด” ในหุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากการเบิกจ่ายงบประมาณอย่างรวดเร็วก่อนการเลือกตั้งครั้งต่อไป เพื่อการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคอย่างสม่ำเสมอ อาทิ การก่อสร้างถนนและระบบรางรถไฟ จึงคาดว่าจะช่วยสนับสนุนให้เกิดความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะสินค้าประเภทเหล็กซึ่งมีความต้องการสูง เนื่องจากอุปทานในญี่ปุ่นขาดแคลน ดังนั้นทิศทางหุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้างที่ยังสดใส คาดว่าการเลือกตั้งใหม่จะช่วยกระตุ้นความต้องการวัสดุก่อสร้างต่อเนื่อง เป็นผลจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของปี 2554 ซึ่งถือเป็นผลงานหลักที่จะช่วยเรียกคะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิก่อนเลือกตั้ง

ทั้งนี้ การลงทุนเป็นจำนวนมากในโครงการสาธารณูปโภคต่างๆ อาทิ การก่อสร้างถนนและระบบรางรถไฟ จะเป็นโครงการที่มีความสำคัญลำดับแรกๆ เนื่องจากโครงการมีรูปธรรมที่เห็นได้ชัด และได้รับเงินงบประมาณสนับสนุนสูงถึง 8.04 หมื่นล้านบาทจากกระทรวงคมนาคม ทิศทางความต้องการวัสดุก่อสร้างยังขยายตัวต่อเนื่อง คาดว่าการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไตรมาส 3 นี้ โดยโครงการต่างๆ ที่ชะลอตัวระหว่างการเลือกตั้งจะพร้อมเดินหน้าประมูลได้ทันที

นอกจากนี้ รัฐบาลใหม่ไม่ว่าจะมาจากพรรคร่วมเดิมหรือใหม่ การก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคยังเป็นนโยบายสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วงชิงกระแสความนิยม ดังนั้นความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นสม่ำเสมอ จะช่วยให้ทิศทางของกลุ่มวัสดุก่อสร้างในช่วง 2 ปีข้างหน้ายังเติบโตแข็งแกร่ง

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ