
ช่วยเอสเอ็มอีลดภาษีหุ้นmaiอัดเงินปล่อยกู้
ครม.เคาะ 3 มาตรการช่วยเอสเอ็มอี ทั้งลดภาษีนิติบุคคลให้ตลาด mai เหลือ 25% ไฟเขียว บสย.ค้ำสินเชื่อเฟส 3 อีก 3.6 หมื่นล้าน
ครม.เคาะ 3 มาตรการช่วยเอสเอ็มอี ทั้งลดภาษีนิติบุคคลให้ตลาด mai เหลือ 25% ไฟเขียว บสย.ค้ำสินเชื่อเฟส 3 อีก 3.6 หมื่นล้าน
นายกรณ์ จาติกวาณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน รวม 3 วาระ โดยเรื่องแรก คือ การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ด้วยการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลแก่บริษัทที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เหลือ 25% จากอัตราปกติ 30% เป็นเวลา 5 ปี สำหรับทุกบริษัทที่เข้าจดทะเบียนในปี 2554-2556
สำหรับบริษัทจดทะเบียนใน mai เดิมที่เคยได้สิทธิประโยชน์ลดภาษีเหลือ 20% ให้ใช้สิทธิตามมาตรการเดิมไปจนกว่าจะครบอายุ และได้จะรับสิทธิตามมาตรการใหม่ต่อไปอีก โดยรวมกับมาตรการเดิมแล้วต้องไม่เกิน 5 ปี
นอกจากนี้ ครม.ยังอนุมัติวงเงินเพิ่มเติมอีก 2,000 ล้านบาท ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ขอให้ช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบเอสเอ็มอีไทยในกลุ่มธุรกิจโลจิกติกส์ เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องเป็นเงินทุนหมุนเวียน ผ่านทางธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ซึ่งจะจัดสรรวงเงินสินเชื่อให้ครอบคลุมผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ด้วย
ประเด็นสุดท้าย ครม.มีมติอนุมัติให้ดำเนินโครงการ Portfolio Guarantee Scheme เฟสที่ 3 (PGS 3) ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)วงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจะชดเชยค่าธรรมเนียมให้ บสย.ในอัตราที่ลดลงเหลือ 1% จาก PGS 2 ที่ให้ 1.5% จากค่าธรรมเนียมปกติของ บสย.ที่คิดอยู่ 1.75% ซึ่งจะทำให้ บสย.มีความสามารถในการค้ำประกันเงินกู้เพิ่มอีกเท่าตัวหรือ 7.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเอสเอ็มอีได้







