
ตลาดบรอดแบนด์ดุ
ทรูฯทุ่ม9พันล้านจ่อขยายโครงข่ายทรีบีบีอัด5พันล.เพิ่มพื้นที่ให้บริการ
ทรูฯทุ่ม9พันล้านจ่อขยายโครงข่ายทรีบีบีอัด5พันล.เพิ่มพื้นที่ให้บริการ
ทรูทริปเปิลที เทเม็ดเงินขยายโครงข่ายเกือบ 1 หมื่นล้านบาท ชิงเจ้าตลาดบรอดแบนด์
นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า งบลงทุนของกลุ่มทรูในปีนี้ที่วางไว้ 9,000 ล้านบาท ได้นำมาลงทุนสำหรับขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ 3,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้น โดยการแข่งขันก็จะชัดเจนขึ้น
ทั้งนี้ เนื่องจากบรอดแบนด์กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ที่ชื่นชอบการเชื่อมต่อเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือ โซเชียล มีเดีย ดาวน์โหลดต่างๆ ส่งผลให้มีการแข่งขันเรื่องความเร็วมากขึ้น แต่ราคาเท่าเดิม ดังนั้น โครงข่ายที่เพียงพอในการรองรับการใช้งานครั้งละมากๆ ถือเป็นสิ่งจำเป็นมาก
ปัจจุบันทรูให้บริการความเร็วระดับ 8 เมกะบิตขึ้นไป และยังมีเทคโนโลยีใหม่คืออินเทอร์เน็ตผ่านโครงข่ายเคเบิลที่ระดับความเร็ว 10100 เมกะบิตต่อวินาที พร้อมรับชมรายการของทรู วิชั่นส์ ได้ในเวลาเดียวกัน เบื้องต้น นำร่องใน กทม.และหัวเมืองใหญ่ 6 จังหวัด คือ เชียงใหม่ โคราช ขอนแก่น หาดใหญ่ ภูเก็ต และระยอง
ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้าว่าการขยายโครงข่ายและเทคโนโลยีใหม่จะช่วยเพิ่มลูกค้าบรอดแบนด์ของทรูเพิ่มอีก 2 แสนรายในปีนี้ จากปีที่ผ่านมามี 8.14 แสนราย และดันรายได้กลุ่มทรู ออนไลน์ เพิ่มขึ้น 10% จากปีที่แล้วที่มีรายได้ 6,500 ล้านบาท มีส่วนแบ่งตลาด 36% โดยความเร็วที่ลูกค้าใช้งานสูงคือ ตั้งแต่ 8 เมกะบิตขึ้นไปขณะที่ความเร็วเฉลี่ยบริการบรอดแบนด์ปัจจุบันอยู่ที่ 5.5 เมกะบิต
นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล เจ้าของ บริษัท ทริปเปิลทรี บรอดแบนด์ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ทรี บีบี กล่าวว่า ได้ลงทุนโครงข่ายทั้งหมด 5,000 ล้านบาท เพื่อรับการแข่งขันในที่จะดุเดือดมากขึ้นซึ่ง ทรี บีบี จะเน้นทำตลาดในรูปแบบขยายโครงข่ายได้ทันที ในจุดที่มีความต้องการใช้งานเพิ่ม และความเร็วอินเทอร์เน็ตที่เต็มประสิทธิภาพ หากเทียบกับคู่แข่งซึ่งขายความเร็วระดับสูงมากกว่า 10 เมกะบิตขึ้นไป แต่ไม่สามารถใช้งานได้จริง
การให้ความสำคัญกับบริการอินเทอร์เน็ตอย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้าบรอดแบนด์เป็น 2 ล้านรายใน 3 ปี จากปัจจุบันมีอยู่ 8 แสนราย มีรายได้จากบริการอินเทอร์เน็ตปีนี้ 7,000 ล้านบาท และเป็นธุรกิจหลักที่จะผลักดันรายได้รวมกลุ่มจัสมินปีนี้เติบโตขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมาที่มีรายได้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาทรวมทั้งช่วยทดแทนรายได้ที่จะหายไปปีละ 800 ล้านบาท จากสัมปทานเคเบิลใต้น้ำในนามบริษัท จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ ที่จะหมดสัญญากับบริษัททีโอทีปลายปีนี้







