
3กระทรวงจนมุมแก้นิยามน้ำเค็มโยนสวล.ทบทวน
เกษตรฯ เตรียมเสนอ สวล. ชี้ขาดปัญหาใช้ความเค็มเลี้ยงสัตว์พื้นที่น้ำจืด
เกษตรฯ เตรียมเสนอ สวล. ชี้ขาดปัญหาใช้ความเค็มเลี้ยงสัตว์พื้นที่น้ำจืด
นายชวลิต ชูขจร รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมจาก 5 หน่วยงานจาก 3 กระทรวง ที่ประกอบด้วย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ว่าจะใช้แนวทางใดในการแก้ไขปัญหาที่ประชาชนและเกษตรกรจะได้รับผลกระทบ จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ห้ามใช้ความเค็มในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพี้นที่น้ำจืด ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 1.8 หมื่นล้านบาทต่อปี
เนื่องจากกระทรวงทรัพยากรฯ ยังยืนยันว่า จำเป็นที่จะต้องห้ามใช้ความเค็มในพื้นที่น้ำจืดเด็ดขาดเพื่อป้องกันผลกระทบระยะยาว ในขณะที่กระทรวงมหาดไทยเห็นว่า การออกมติ ครม.ที่ไม่สามารถปฏิบัติได้จะเกิดปัญหา เพราะจะไม่มีผู้ว่าราชการจังหวัดคนใดกล้าลงชื่อประกาศห้ามใช้ความเค็มในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่น้ำจืด ในขณะที่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบมากกว่า 55 จังหวัด จะเดือดร้อนเพราะมติดังกล่าวห้ามใช้ความเค็มทุกระดับ
สำหรับปัญหาขณะนี้ มีข้อถกเถียงกันใน 2 ประเด็นใหญ่ คือ กรณีพื้นที่ที่มีการห้ามไม่มีความชัดเจนว่าเป็นพื้นที่ใดบ้าง ต่างจากมติ ครม.เมื่อครั้งห้ามเลี้ยงกุ้งกุลาดำที่จะระบุว่ารายละเอียดพื้นที่ว่าจังหวัดใด พื้นที่ใดบ้างที่ห้าม ทำให้ผู้ปฏิบัติออกคำสั่งห้ามได้ทันที
อีกประเด็น คือกรณีที่ในพื้นที่ที่ห้าม หากมีการเลี้ยงที่ไม่มีการปล่อยความเค็มลงพื้นที่แวดล้อม จะทำได้หรือไม่ ซึ่งกรณีนี้ทางกรมประมงเองก็ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนพอที่จะยืนยันได้ เพราะผลการศึกษายังไม่เสร็จที่ประชุมจึงได้ให้ทุกหน่วยงานกลับไปทำความเห็นให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมพิจารณาว่า สมควรจะมีการแก้ไขนิยามการใช้ความเค็มเสียใหม่ตามที่กระทรวงเกษตรฯ เสนอต่อ ครม.วันที่ 14 มี.ค. หรือไม่ m







