
ระบบหัวฉีดเพียโซคว้ารางวัลนวัตกรรมดีเด่น
กระทรวงสิ่งแวดล้อมแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
กระทรวงสิ่งแวดล้อมแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
และสภาอุตสาหกรรมเยอรมนี ร่วมกันมอบรางวัลดีเด่นด้านเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับหัวฉีดเพียโซไดเรกต์อินเจกชันจาก คอนติเนนทอล โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะเข้าสู่กระบวนการผลิตเต็มรูปแบบในปี 2556
ดร.เด็ทเลฟ เชิปป์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาประจำหน่วยงานธุรกิจระบบเครื่องยนต์ในแผนกระบบส่งกำลังแห่งคอนติเนนทอล กล่าวในงานมอบรางวัลที่จัดขึ้นในกรุงเบอร์ลิน ว่า ระบบหัวฉีดเพียโซที่มีเข็มหัวฉีดที่ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงตรงโดยไม่อาศัยระบบไฮดรอลิกทำให้กระบวนการฉีดเที่ยงตรง แม่นยำยิ่งขึ้น โดยระบบนี้ทำให้เราสามารถลดการใช้น้ำมันลงได้ถึง 5% และถึงแม้จะใช้น้ำมันน้อยลงแต่สมรรถนะของเครื่องยนต์ แรงบิด และความสะดวกสบายในการขับขี่ก็ยังได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นด้วย และระบบใหม่นี้จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตรถยนต์รายหลักในปี 2556 เป็นต้นไป
รางวัลดังกล่าวเป็นหนึ่งในรางวัลห้าประเภทที่มอบโดยคณะกรรมการที่นำโดย ดร. นอร์เบิร์ต โร้ทเก็น แห่งกระทรวงสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า รางวัลนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่ากระทรวงสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการพิทักษ์ธรรมชาติและความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศเยอรมนีล้วนยอมรับในความสำเร็จอันโดดเด่นในสาขานี้ และยังแสดงให้เห็นว่าเยอรมนีให้ความสำคัญกับการควบคุมสภาพอากาศ พิทักษ์สิ่งแวดล้อม และรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ
ดร.เกิร์ด ชมุตซ์เลอร์ ผู้จัดการโครงการหัวฉีดเพียโซคอมมอนเรล อธิบายเทคโนโลยีหัวฉีดตัวนี้ว่า “หัวฉีดรุ่นใหม่เหล่านี้เป็นตัวแทนของความก้าวหน้าอีกก้าวหนึ่งของเทคโนโลยีเพียโซ ที่ผ่านมาหัวฉีดเพียโซถูกนำมาใช้ในรถยนต์โดยสารมาเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว อุปกรณ์ควบคุมการทำงานของวาล์วซึ่งประกอบขึ้นจากแผ่นเซรามิกบางเฉียบกว่า 700 แผ่น เป็นตัวควบคุมเข็มหัวฉีด กระบวนการนี้กินเวลาเพียงเสี้ยววินาทีจึงทำให้การฉีดเกิดขึ้นได้หลายครั้ง ก่อนที่จะมีเทคโนโลยีนี้ อุปกรณ์การทำงานของวาล์วควบคุมการทำงานของหัวเข็มโดยผ่านเกียร์ไฮดรอลิก ในขณะที่ในระบบใหม่อุปกรณ์ควบคุมการทำงานของวาล์วจะควบคุมเข็มหัวฉีดได้โดยตรง”
นวัตกรรมการควบคุมโดยตรงนี้ หมายความว่าการควบคุมเข็มหัวฉีดทำได้รวดเร็วขึ้นและเที่ยงตรงขึ้น ซึ่งทำให้รูปแบบการฉีดมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น
“รูปแบบอัตราการฉีดแบบต่อเนื่อง ทำให้เกิดการส่งต่อที่ไม่ขาดตอนระหว่างช่วงก่อนการเผาไหม้และระหว่างที่เกิดการเผาไหม้ ซึ่งทำให้เกิดผลดีในแง่ที่ว่าการปล่อยไอเสียที่ประกอบด้วยไนโตรเจนออกไซด์จะลดลง เสียงจากการเผาไหม้และเสียงเครื่องฉีดก็ลดลงเช่นกัน”







