
ไอแบงก์ ขับเคลื่อนโยบายรัฐ ผ่านแบงกิจ เอเยนต์
โครงการปล่อยสินเชื่อระดับรากหญ้าหรือ “ไมโครไฟแนนซ์”
โครงการปล่อยสินเชื่อระดับรากหญ้าหรือ “ไมโครไฟแนนซ์”
โดย...ทีมข่าวการเงิน
โครงการปล่อยสินเชื่อระดับรากหญ้าหรือ “ไมโครไฟแนนซ์” กำลังถูกขับเคลื่อนอย่างหนักจากรัฐบาล โดยผ่านทางธนาคารของรัฐ เพื่อหวังใช้เป็นช่องทางให้กับผู้ที่ไม่เคยมีประวัติทางการเงินมาก่อน ผู้ทำอาชีพอิสระหรือไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันเพียงพอ ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนจากธนาคารพาณิชย์บ้าง ลดปัญหาการกู้เงินนอกระบบได้ระดับหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มคนระดับรากหญ้าที่เป็นเป้าหมายใหญ่ของรัฐบาล
ความเป็นรูปธรรมที่เห็นชัดเจนขณะนี้ นอกเหนือจากการจัดตั้งบริษัท “สินเชื่อไปรษณีย์ไทย” เพื่อให้สาขาไปรษณีย์ที่มีอยู่ทั่วประเทศเป็นตัวขับเคลื่อนนโยบายไมโครไฟแนนซ์แล้ว ทางธนาคารของรัฐเองก็เริ่มขยับลงมาเล่นอย่างเต็มตัว ทั้งจากธนาคารออมสินที่ปล่อยสินทั้งธนาคารชุมชน สินเชื่อห้องแถว หรือผ่านโครงการประชาวิวัฒน์ ที่ปล่อยกู้ให้กับผู้ค้าหาบเร่แผงลอย ผู้ขับขี่รถแท็กซี่และผู้ขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง
ส่วนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ก็ได้เริ่มปล่อยสินเชื่อนอกเหนือจากผู้ประกอบอาชีพเกษตรกร โดยมีการแก้ไขกฎหมายให้สามารถทำได้
ขณะที่ธนาคารกรุงไทยก็ขยับตัวอีกรูปแบบหนึ่ง ผ่านทั้งสินเชื่อโครงการขยายวงเงินกู้ยืมแก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง สินเชื่อโอท็อป สินเชื่อชุมชนเมือง และสินเชื่อองค์กรการเงินชุมชน
ล่าสุดถึงคิวของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือไอแบงก์ ที่ทำสำเร็จเป็นอย่างดีในพื้นที่เป้าหมายจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะโครงการเพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาล โครงการสินเชื่อประชาวิวัฒน์ (สินเชื่อไทยเข้มแข็ง) โครงการสินเชื่อส่งเสริมผู้ประกอบอาชีพให้บริการรถสาธารณะ หรือแม้แต่โครงการรีไฟแนนซ์หนี้นอกระบบ
แต่ด้วยความที่สาขาของไอแบงก์ยังมีน้อยอยู่ บริษัท “อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง” จึงถูกดึงเข้ามาช่วยงาน เพื่อขยายสาขาของไอแบงก์ให้เพิ่มขึ้นอย่างอัตโนมัติ ด้วยการผ่านสาขาตัวแทน “อะมานะฮ์ เอ็กซ์เพรส” ที่มีอยู่ทั่วประเทศ 360 แห่ง ด้วยการยกระดับสาขาตัวแทนให้เป็นแบงกิง เอเยนต์ เพิ่มความสะดวกครอบคลุมบริการอย่างทั่วถึง
สติ ศังขวณิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมยกระดับการบริการของสาขาตัวแทน “อะมานะฮ์ เอ็กซ์เพรส” ที่มีอยู่ 360 แห่งทั่วประเทศให้เป็นแบงกิง เอเยนต์์ หรือเป็นตัวแทนของไอแบงก์ เพื่อขยายบริการด้านธุรกรรมการเงินให้กับลูกค้าของไอแบงก์ได้รับความสะดวกมากขึ้น ซึ่งมีรูปแบบเดียวกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย ที่รับเงินฝากให้กับธนาคารพาณิชย์ ซึ่งทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เอง ก็สนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์สามารถตั้งผู้แทนเพื่อลดต้นทุนเรื่องการขยายสาขาได้
“ทางไอแบงก์ซึ่งเป็นบริษัทแม่ เห็นว่าถ้าหากสาขาของเราสามารถหาหรือชำระสินเชื่อประเภทอื่นได้ก็จะเป็นเรื่องดี แถมยังเป็นช่องทางขายให้ไอแบงก์ดีขึ้นด้วย ไม่ใช่ให้เราทำแต่เฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถเพียงอย่างเดียว ซึ่งขณะนี้เราเองก็อยู่ระหว่างทำแผนเพื่อปรับปรุงสาขาและพัฒนาระบบชำระเงินให้กับ “อะมานะฮ์ เอ็กซ์เพรส” เพื่อมารองรับการเป็นแบงกิง เอเยนต์ โดยอยู่ระหว่างรอให้กระทรวงการคลังอนุมัติ และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงไตรมาส 3 นี้พร้อมกับการแนะนำชื่อใหม่ของบริษัท หลังจากเปลี่ยนชื่อมาจากบริษัท นวลิสซิ่ง” สติ กล่าว
สำหรับรูปแบบให้บริการใหม่นั้น จะเน้นให้บริการกับลูกค้ารายย่อย โดยมีทั้งบริการสินเชื่อบ้าน สินเชื่อบุคคล บัตรเครดิต ตู้เอทีเอ็มและตู้ฝากเงิน ขึ้นอยู่กับศักยภาพของ “อะมานะฮ์ เอ็กซ์เพลส” เดิมที่จะต้องมีการยกระดับด้วย ซึ่งจะมีการแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ 1.แบบคลาสสิก ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อเหมือนปัจจุบัน และทำหน้าที่แนะนำลูกค้าที่มีการขอสินเชื่อประเภทอื่นให้กับบริษัท ได้ผลตอบแทนเป็นค่านายหน้าหรือค่าคอมมิชชัน เงินลงทุนประมาณ 5 หมื่นบาท มีผู้สนใจแล้ว 75%
ส่วนแบบที่ 2. แบบโกลด์ สามารถเพิ่มสินค้าของไอแบงก์มาขายได้ และหากพื้นที่เหมาะสมก็ติดตั้งตู้เอทีเอ็มและเครื่องฝากเงิน ได้ผลตอบแทนเป็นกำไรแบ่งกัน เงินลงทุนประมาณ 3 แสนบาท มีผู้สนใจแล้ว 15%
และ แบบที่ 3. ไททาเนียม ทำธุรกรรมได้เทียบเท่ากับสาขาของไอแบงก์ ได้ผลตอบแทนเป็นกำไรแบ่งกัน เงินลงทุนประมาณ5.7 แสนบาท มีผู้สนใจแล้ว 10% ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลักของผู้ที่จะมาเป็น “อะมานะฮ์ เอ็กซ์เพรส” นั้น ต้องเป็นคนในพื้นที่ที่มีฐานลูกค้าอยู่ในแต่ละชุมชนและมีประสบการณ์ด้านการเงินมาก่อน เช่น ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์กับคนในท้องถิ่น แต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องแหล่งทุนและใบอนุญาต
คงต้องติดตามดูว่า สุดท้ายเมื่อแบงก์รัฐแต่ละแห่งเริ่มขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐผ่านศักยภาพของตัวเองที่มีอยู่แล้ว จะช่วยให้เงินที่อยู่ในระบบสถาบันการเงิน สามารถกระจายเข้าไปถึงคนระดับรากหญ้าตามเป้าหมายได้มากน้อยเพียงใด หรือจะกลายเป็นหนี้เสียให้แบงก์รัฐต้องมานั่งแก้ในอนาคตอีก







