posttoday
เปิดมุมมอง 2 นักปั้นทริดี้ สร้างตลาดให้นักพัฒนาไทย

เปิดมุมมอง 2 นักปั้นทริดี้ สร้างตลาดให้นักพัฒนาไทย

04 กุมภาพันธ์ 2553

...ณัฐวรรณ ฉลองขวัญ

ระยะเวลาเพียงแค่ 3 ปี อาจจะทำให้สถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม หรือทริดี้ (Telecommunication Research and Industrial Development Institute) ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากนัก ด้วยหน้าที่หลักในการส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนาใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และทำให้ผลงานที่คิดค้นได้เป็นที่ยอมรับของตลาด ซึ่งฟังดูแล้วเหมือนเป็นเรื่องที่ไกลและจับต้องไม่ได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญถึงระดับที่รัฐบาลควรจะต้องหันมาเอาใจใส่และกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ของประเทศด้วยซ้ำ

โกศล เพ็ชรสุวรรณ์ ประธานกรรมการ บริหารทริดี้ ฉายภาพรวมให้เข้าใจขึ้นว่าทริดี้ถือเป็นกลไกหนึ่งที่จะช่วยให้เกิดวงจร หรือสร้างภาษาเดียวกัน ระหว่างภาคการผลิตกับผู้ประกอบการที่จะยอมรับผลงานอันเกิดจากการวิจัยและพัฒนาจากคนไทยมากขึ้น แทนที่จะต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศเหมือนที่ผ่านมา

เชื่อมผู้ผลิตถึงผู้ประกอบการ

จุดเริ่มต้นของทริดี้ คือ การให้ทุนและตั้งศูนย์วิจัยในมหาวิทยาลัย 9 แห่ง คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เพื่อให้เป็นศูนย์รวบรวมผู้เชี่ยวชาญในด้านโทรคมนาคมและผลิตอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีที่สามารถใช้งานได้จริง

จากนั้นทริดี้จะเป็นตัวกลางนำผลผลิตที่ได้ไปเสนอตามหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้เห็นว่าฝีมือคนไทยไม่ได้ด้อยกว่าต่างชาติ ก่อนจะนำเสนอผู้ให้บริการเพื่อสร้างตลาด และทำให้ผลผลิตนั้นเกิดมูลค่าในเชิงพาณิชย์ ถือเป็นวงจร ไทยคิด ไทยทำ ไทยใช้ และเมื่อทำได้จริง จะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทยได้อย่างมาก

“ที่ผ่านมาอคติเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ไทยไม่โต เพราะไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นจากคนไทยทำเอง และทำให้ผลงานหรือการวิจัยต่างๆ นั้นทำไปเพราะเก็บขึ้นหิ้ง ทำให้คนเก่งๆ และมีฝีมือขาดกำลังใจ”

โกศล กล่าวว่า การที่ทริดี้ลุกขึ้นมาส่งเสริมนักวิจัยและพัฒนาอย่างจริงจัง เพียงหวังเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่จะทำให้ภาครัฐหันมามองความสามารถของคนไทย และเปิดโอกาสให้คนไทยได้มีส่วนร่วมในโครงการระดับประเทศ เช่น โครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ควรเปิดให้มีการใช้สินค้าของไทย 1520% แทนการสั่งจากต่างประเทศทั้งหมด

อิงโมเดลเคป๊อป

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การที่อุตสาหกรรมเพลงของประเทศเกาหลีประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น เพราะรัฐบาลเกาหลีผลักดันเป็นยุทธศาสตร์ของชาติ และให้ความสำคัญที่จะผลักดันและส่งเสริมเต็มที่ ผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าการเผยแพร่วัฒนธรรม คือ เม็ดเงินที่กลับเข้าประเทศ และยังทำให้เกาหลีสามารถจดสิทธิบัตรระดับนานาชาติได้ 300 ฉบับต่อประชากร 1 ล้านคน ขณะที่ในจำนวนประชากรเท่ากัน ประเทศไทยจดสิทธิบัตรได้เพียง 2 ฉบับเท่านั้น

ทั้งนี้ เชื่อว่าประเทศไทยเองก็ทำได้เช่นกัน เพราะคนไทยไม่ได้ด้อย แต่ขาดยุทธศาสตร์แห่งชาติที่จะเปิดโอกาสให้คนในประเทศได้พัฒนาให้เกิดวงจรทางเศรษฐกิจอย่างจริงจัง จึงต้องการให้ทริดี้ช่วยจุดประกาย โดยเริ่มจากอุตสาหกรรมไอซีทีก่อน

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อุตสาหกรรมไอซีทีมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจเห็นได้จากรายได้จากการส่งออกสินค้าไอซีทีมูลค่า 9.16 แสนล้านบาท เมื่อปี 2551 หรือคิดเป็นสัดส่วน 15.7% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ขณะที่การใช้จ่ายสำหรับสินค้าไอซีทีในประเทศมีมูลค่า 5.43 แสนล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นเป็น 5.7 แสนล้านบาทในปี 2552

โดยการใช้จ่ายในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมคิดเป็นมูลค่า 4 แสนล้านบาท หรือ 70% ของอุตสาหกรรมไอซีที แยกเป็นมูลค่าตลาดผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วน 1.34 แสนล้านบาท และมูลค่าตลาดบริการ 2.66 แสนล้านบาท ดังนั้น หากรัฐบาลมีแนวคิดที่จะเปิดโอกาสให้กับผู้ผลิตในประเทศแม้เป็นตัวเลขหลักเดียวของมูลค่าทั้งหมด ก็เท่ากับว่าได้ทำให้วงจรทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นจริงแล้ว

สร้างพื้นที่การตลาดให้นักวิจัย

สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการทริดี้กล่าวเสริมว่า ใน 2 ปีที่ผ่านมา เกิดผลงานวิจัยไปแล้ว 11 โครงการ และมี 2 โครงการที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง คือ ระบบชุมสายในออฟฟิศ โดยใช้ซอฟต์แวร์และอินเทอร์เน็ตของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งขณะนี้ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เตรียมนำไปทดลองใช้แล้ว

ส่วนผลงานชิ้นที่ 2 คือ ระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์บนคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ขณะนี้มีผู้ให้บริการยักษ์ใหญ่รายหนึ่งให้ความสนใจแล้ว และกำลังร่วมกันพัฒนาเฟส 2 เพื่อให้เกิดการใช้งานได้เต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ ยังมีระบบระบุข้อมูลอัตโนมัติผ่านคลื่นวิทยุ (อาร์เอฟไอดี) ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่ร้าน 108 ช็อปได้นำไปใช้เพื่อช่วยติดตามการกระจายสินค้าจากศูนย์ไปยังช็อปต่างๆ และช่วยลดการสูญเสียได้ 25%

ทั้งสองหัวหอกทริดี้มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การผลักดันครั้งนี้ ไม่มีคำตอบสุดท้ายว่าจะสำเร็จเมื่อไร แต่หากทริดี้กลายเป็นหน่วยงานที่จุดประกายให้อุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เน้นการสั่งซื้อจากต่างประเทศ เช่น ระบบขนส่งมวลชน หรือทำให้รัฐบาลหันมาใส่ใจสินค้าที่เกิดจาก “มันสมองและสองมือ” ของคนไทยบ้างก็ถือว่าทริดี้สำเร็จไปครึ่งทางแล้ว

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน