posttoday
ธุรกิจไหนยังไม่มี เว็บไซต์ ยกมือขึ้น

ธุรกิจไหนยังไม่มี เว็บไซต์ ยกมือขึ้น

04 กุมภาพันธ์ 2553

มาถึงปี 2553 แล้ว น่าจะเหลือธุรกิจอีกไม่มากนักที่ยังไม่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์ทางธุรกิจที่มีกันอยู่แล้ว จะอยู่รอดปลอดภัยและสร้างรายได้ให้กับองค์กรได้ ดังนั้นการศึกษาแนวโน้มของตลาด ทิศทางของการพัฒนาเว็บไซต์ให้ใหม่และตอบรับกับความต้องการของผู้ท่องโลกไซเบอร์จึงจำเป็นอยู่เสมอ

ทรงยศ คันธมานนท์ ซีอีโอ และ บุรินทร์ เกล็ดมณี 2 ซีโอโอ ผู้ก่อตั้งบริษัท แกรนด์ แพลนเน็ท เอ็นเตอร์ไพรส์ หรือเว็บไซต์ เรดี้ แพลเน็ท ผู้ให้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูป บอกว่า มูลค่าตลาดของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรืออีคอมเมิร์ซ ในประเทศไทย เพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยปีที่ผ่านมาจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ถ้าไม่รวมการประมูลแบบอีออกชันแล้ว มีมูลค่ากว่า 2.5 แสนล้านบาท และน่าจะเติบโตขึ้นอีกมากในปีนี้

ปัจจัยที่ส่งเสริมให้อีคอมเมิร์ซเติบโต คือ การขยายตัวของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ราคาคอมพิวเตอร์ลดต่ำลงทำให้การเป็นเจ้าของง่ายขึ้น ดังนั้นโอกาสจึงรออยู่แล้ว เหมือนมีตลาดขนาดใหญ่ คนที่ทำธุรกิจอยู่ก็ต้องเรียนรู้ที่จะเปิดช่องทางใหม่ๆ เข้าไปสู่ตลาดด้วย

หาจุดเด่นเฉพาะทาง สร้างรายได้

บุรินทร์ กล่าวจากประสบการณ์ที่อยู่มานานว่า เว็บไซต์จะอยู่รอดได้ ต้องมีสินค้าที่ดี มีจุดเด่น หายาก และราคาต่ำ ที่เห็นได้ชัดตอนนี้คือ เว็บท่องเที่ยว เพราะคนจะหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวผ่านอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว พอเห็นโปรโมชันราคาที่น่าสนใจ ก็จะวางแผนเที่ยวได้ทันที จากนั้นก็บอกกันปากต่อปาก หรือเว็บไซต์สินค้าอุตสาหกรรมวัตถุดิบ ก็เป็นอีกธุรกิจที่สำเร็จ เพราะสามารถทำราคาได้ดี

ต่อมาเป็นเรื่องทางเทคนิค คือ ต้องมีการจัดการเว็บไซต์ที่ดี มีการใส่คีย์เวิร์ด เพื่อให้คนสามารถเจอเว็บไซต์ผ่านทางเสิร์ชเอนจิน เช่น กูเกิล ได้ดี มีความสวยงามมีข้อมูลอัพเดตเสมอ จุดนี้สำคัญมาก ถ้าเว็บไซต์สำเร็จแล้ว แต่ไม่มีการพัฒนาตรงนี้ ก็จบได้เหมือนกัน ยิ่งเดี๋ยวนี้ต้องรู้จักทำตลาดผ่านเว็บเครือข่ายสังคม เช่น บล็อก เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึง

ส่วน ทรงยศ ย้ำว่า แนวโน้มการทำเว็บไซต์จะแคบและลึกลงไปเรื่อยๆ นั่นคือ หากต้องการขายสินค้าให้เฉพาะเจาะจงลงไปเลย ไม่ใช่ทำแบบร้านโชห่วยที่ขายทุกอย่าง เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ สร้างความเชี่ยวชาญให้กับเว็บไซต์ของตัวเอง เช่น ในต่างประเทศ ขายไอโฟน ก็จะมุ่งที่ไอโฟน และอุปกรณ์ต่อพ่วงที่เกี่ยวข้อง มีการรีวิว วิเคราะห์เจาะลึกให้เห็นว่า เราคือเว็บไซต์ที่รู้จริงเรื่องไอโฟน

เสริมบริการใหม่ ดันยอดโต 40%

ส่วนของเรดี้ แพลเน็ท ปัจจุบันมีลูกค้าที่เปิดเว็บไซต์และยังแอ็กทีฟอยู่ประมาณ 9,000 เว็บไซต์ ซึ่งถือว่ายังไม่มาก นั่นทำให้โอกาสในการเพิ่มผู้เปิดเว็บไซต์ยังมีอีกมาก ยิ่งในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันสูง เศรษฐกิจชะลอตัว การเปิดเว็บไซต์กลายเป็นทางเลือกที่ผู้ประกอบการหันมามองมากขึ้น

“ในปีนี้ตั้งเป้ามีเว็บไซต์เปิดใหม่อีกประมาณ 3,000 เว็บไซต์ เติบโตขึ้น 40% อาจจะดูไม่มากนัก แต่เรดี้แพลเน็ท เน้นผู้ประกอบการที่สนใจจะมีเว็บไซต์ของตัวเองจริง คือมีแล้วต้องทำให้ดี ไม่ใช่แค่มีแล้วก็เลิกไป ซึ่งตรงนี้จะเน้นการทำตลาดแบบให้ความรู้เป็นส่วนใหญ่ จัดอบรมสัมมนา พอมีคนสนใจก็มาหาเราได้ มาร่วมกันคิดมาร่วมกันทำ เพื่อให้ประสบความสำเร็จ” ทรงยศ กล่าว

นอกจากนี้ เรดี้ แพลเน็ท จะพัฒนาเทคนิคใหม่ๆ เพื่อรับเทคโนโลยีที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น 3จี และการใช้สมาร์ตโฟน ทำให้ต้องออกแบบหน้าเว็บไซต์แบบโมบายเวอร์ชัน ซึ่งอนาคตต้องมีทุกเว็บ รวมถึงรูปแบบการจ่ายเงินใหม่ๆ ด้วย

บุรินทร์ กล่าวว่า 7080% ของลูกค้า คือ เอสเอ็มอีไม่ต้องมีคนมากแต่ก็ขายสินค้าได้ แต่ความจริงแล้วองค์กรขนาดใหญ่ก็สามารถทำเว็บไซต์เพื่อเพิ่มยอดขายได้เช่นกัน ที่ผ่านมาองค์กรต่างๆ มักจะทำเว็บไซต์ด้วยคนไอทีภายในเอง แต่สุดท้ายไปไม่รอด เพราะฝ่ายไอทีอาจจะไม่ได้เชี่ยวชาญเว็บไซต์ ยิ่งเป็นเว็บอีคอมเมิร์ซด้วย ดังนั้นปีนี้เชื่อว่าองค์กรขนาดใหญ่จะหันมาเอาต์ซอร์สงานเว็บไซต์มากขึ้นแน่นอน

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย