
เงินเฟ้อทุบสถิติ7เดือน
อาหารน้ำมันแพงดันมี.ค.โต3.14%จับตาน้ำท่วมซ้ำ
อาหารน้ำมันแพงดันมี.ค.โต3.14%จับตาน้ำท่วมซ้ำ
อาหารน้ำมันดันเงินเฟ้อ มี.ค. สูงสุดรอบ 7 เดือน ขยายตัว 3.14% หวั่นราคาพลังงานน้ำท่วม ทำเงินเฟ้อไตรมาส 2 พุ่ง เตรียมเคาะน้ำมันถั่วเหลืองขึ้นราคา 5 เม.ย.
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) ในเดือน มี.ค. 2554 เท่ากับ 110.49 สูงขึ้น 3.14% เทียบกับเดือน มี.ค.ปีที่ผ่านมา หรือสูงสุดในรอบ 7 เดือน และสูงขึ้น 0.49% เทียบกับเดือน ก.พ.ปีเดียวกัน ส่งผลให้เงินเฟ้อเฉลี่ย 3 เดือน (ม.ค.-มี.ค.) ของปีนี้ สูงขึ้นแล้ว 3.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
สำหรับสาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น 3.14% เป็นผลจากดัชนีราคาหมวดอาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น 5.87% สินค้าราคาแพงขึ้น ได้แก่ ข้าว แป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง 4.41% เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และสัตว์น้ำ 4.77% ไข่และผลิตภัณฑ์นม 3.48% ผักและผลไม้ 17.26% เครื่องประกอบอาหาร 9.48% อาหารสำเร็จรูป 3.54% ขณะที่ดัชนีราคาหมวดอื่นๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น 1.53% สินค้าสำคัญราคาแพงขึ้น เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง 8.68%
หากเปรียบเทียบกับเดือน ก.พ. เงินเฟ้อสูงขึ้น 0.49% เป็นผลจากดัชนีราคาหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่สูงขึ้น 0.76% จากอาหารสดแพงขึ้น เช่น ผักสด 8.46% เป็นผลกระทบจากน้ำท่วมและบางพื้นที่แห้งแล้ง ไข่ไก่ ไข่เป็ด นมสด นมเปรี้ยว 0.64% น้ำตาลทราย ขนมหวาน น้ำมันพืช กะทิสำเร็จรูป มะพร้าวขูด มะขามเปียก เครื่องปรุงรส 1.64% ขณะที่ดัชนีหมวดอื่นๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น 0.33% สาเหตุสำคัญมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศสูงขึ้น 2.69% ปูนซีเมนต์ อิฐ กระเบื้องซีเมนต์ ใยหินมุงหลังคา 0.23%
อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นถือว่าเพิ่มขึ้นในอัตราไม่มาก และเมื่อเฉลี่ยไตรมาสแรกอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น 3.01% พบว่าต่ำกว่าที่คาดการณ์ของกระทรวงพาณิชย์ที่ประเมินไว้ว่าเงินเฟ้อจะขยายตัว 3.09% ดังนั้นเชื่อว่าปีนี้เงินเฟ้อจะเป็นไปตามเป้าหมายเติบโตที่ระดับ 3.2-3.7% ภายใต้สมมติฐานน้ำมันดิบตลาดดูไบ 78-88 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยน 28-33 บาท/เหรียญสหรัฐ และรัฐบาลยังคงมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนอยู่
นายยรรยง กล่าวอีกว่า แนวโน้มเงินเฟ้อไตรมาส 2 คาดว่าจะขยายตัว 3.45% เพราะยังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงในเรื่องความผันผวนของราคาน้ำมัน จากเหตุการณ์การเมืองที่ลิเบียและตะวันออกกลาง รวมถึงความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ที่ทำให้สินค้าราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัสดุก่อสร้าง จากความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างที่มากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าราคาสูงขึ้น เช่น ปุ๋ยเคมี เหล็ก นม น้ำมันถั่วเหลือง ซึ่งในส่วนของเหล็กนั้นจะมีการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาราคาแนะนำเหล็กสัปดาห์ที่สามเดือน เม.ย. ส่วนน้ำมันถั่วเหลืองจะมีการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาราคาในวันที่ 5 เม.ย.นี้







