
แอสเซทพลัสส่งตราสารหนี้3เดือนชู2.25%
บลจ.แอสเซทพลัส แนะไตรมาส 2 ยังต้องเน้นลงทุนสั้นๆ รอดอกเบี้ยขยับ ส่งกองทุนใหม่ลงทุนพันธบัตรและตราสารหนี้ธนาคารในประเทศ 3 เดือน จ่ายผลตอบแทน 2.25% ต่อปี
บลจ.แอสเซทพลัส แนะไตรมาส 2 ยังต้องเน้นลงทุนสั้นๆ รอดอกเบี้ยขยับ ส่งกองทุนใหม่ลงทุนพันธบัตรและตราสารหนี้ธนาคารในประเทศ 3 เดือน จ่ายผลตอบแทน 2.25% ต่อปี
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ รองกรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส เปิดเผยว่า ไตรมาส 2 ปัจจัยด้านการลงทุนในตราสารหนี้ที่ยังต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การปรับตัวของอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งปัจจุบันปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและเริ่มกระจายวงกว้างขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่สถานการณ์ในประเทศภายหลังการเลือกตั้งในช่วงครึ่งปีหลัง หากรัฐบาลประกาศลอยตัวราคาน้ำมันดีเซล จะผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อในประเทศมีโอกาสปรับตัวขึ้นสูงกว่าระดับ 4% และกดดันให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเร่งปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อได้
ในส่วนของบลจ.แอสเซทพลัสมองว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายน่าจะอยู่ที่ระดับ 3.50-4.00% ภายในสิ้นปีนี้ ดังนั้น ในด้านกลยุทธ์การลงทุนในตราสารหนี้ บริษัทฯ แนะนำให้นักลงทุนลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นภายในประเทศ เพื่อไม่ให้เสียโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น
อย่างไรก็ตามระหว่างวันที่ 31 มี.ค. – 7 เม.ย.นี้ บลจ.แอสเซท พลัส จะเสนอขายครั้งแรกของกองทุนเปิดแอสเซทพลัสแอ็คทีฟตราสารหนี้ 9 (ASP-ACFIXED9) ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ไทยที่เปิดเสนอขายเป็นรอบระยะเวลา โดยในรอบการลงทุนแรกนี้จะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ตั๋วแลกเงิน และหุ้นกู้ระยะสั้นที่ออกโดยธนาคารในประเทศ ประมาณ 3 เดือน เช่น พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย ตั๋วแลกเงินธนาคารนครหลวงไทย (SCIB) ตั๋วแลกเงินธนาคารทิสโก้ (TISCO) และหุ้นกู้ระยะสั้นธนาคารดอยช์แบงก์ (DB) คาดว่าสามารถให้ผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายได้อยู่ที่ 2.25% ต่อปี







