
ธอส.งัด 5 มาตรการลดหนี้ผู้ประสบภัยใต้
ธอส.ออก 5 มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัยภาคใต้ มุ่งเน้นลดภาระหนี้สินประชาชน ยกเว้นการผ่อนชำระค่าบ้าน-ลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ-ปลดภาระหนี้คงเหลือ
ธอส.ออก 5 มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัยภาคใต้ มุ่งเน้นลดภาระหนี้สินประชาชน ยกเว้นการผ่อนชำระค่าบ้าน-ลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ-ปลดภาระหนี้คงเหลือ
นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธนาคารออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วม ดินโคลนถล่มในหลายจังหวัดภาคใต้ในปัจจุบัน ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบด้านที่อยู่อาศัยทั้งทางตรงและทางอ้อม ธนาคารจึงได้ออก 5 มาตรการ ได้แก่ มาตรการที่ 1 สำหรับลูกค้าของธนาคาร กรณีหลักประกันได้รับความเสียหาย ธนาคารจะยกเว้นการผ่อนชำระเงินงวดค่าบ้านเป็นระยะเวลา 4 เดือน และลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนที่ 1 - 4 เท่ากับ 0% หลังจากนั้นมีอัตราดอกเบี้ยให้เลือก 2 แบบ คือ แบบที่ 1 เดือนที่ 5 - 24 อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-2.00% เดือนที่ 25 - 36 อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-1.00% หลังจากนั้นเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวตามประกาศธนาคาร แบบที่ 2 เดือนที่ 5-16 อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 1% ต่อปี หลังจากนั้นเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวตามประกาศธนาคาร
สำหรับมาตรการที่ 2 ได้แก่กรณีลูกค้าได้รับผลกระทบด้านรายได้ จะลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือ 1.00% เป็นระยะเวลา 1 ปี หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัวตามประกาศของธนาคาร มาตรการที่ 3 กรณีลูกค้าได้รับอุบัติเหตุจากเหตุการณ์น้ำท่วมจนทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง หรือเสียชีวิต ธนาคารจะลดดอกเบี้ยให้เหลือ 0.01% ตลอดระยะเวลากู้ที่เหลืออยู่
ขณะที่มาตรการที่ 4 ได้แก่กรณีที่อาคารที่อยู่อาศัยพังเสียหายทั้งหลังจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ จะได้รับการปลดภาระหนี้ตามยอดหนี้คงเหลือในส่วนของอาคาร โดยผู้กู้ผ่อนชำระหนี้ในส่วนของที่ดินที่คงเหลือ มาตรการที่ 5 สำหรับลูกค้าเดิมของ ธอส. และลูกค้าใหม่ ที่อาคารได้รับความเสียหายสามารถขอกู้เพื่อปลูกสร้างอาคารทดแทนอาคารเดิม และซ่อมแซมอาคารที่ได้รับความเสียหาย ด้วยอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.00 % เป็นระยะเวลา 5 ปี หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัวตามประกาศของธนาคาร ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. เท่ากับ 6.75 % วงเงินให้กู้สูงสุด 100 % ของราคาประเมิน ค่าก่อสร้างหรือซ่อมแซมอาคาร โดยสามารถยื่นคำขอกู้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2554 จนถึงวันที่ 31 พ.ค. 2554 และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2554 ทั้งนี้จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ทุกวงเงินกู้ และค่าธรรมเนียม ค่าเบี้ยปรับในรายการที่เกี่ยวข้องทุกกรณี







