
ร้านค้าสหกรณ์วิกฤต
ต้านกระแสทุนโมเดิร์นเทรดไม่ไหวแห่ปิดกิจการจนเหลือไม่ถึง300ร้าน
ต้านกระแสทุนโมเดิร์นเทรดไม่ไหวแห่ปิดกิจการจนเหลือไม่ถึง300ร้าน
กระแสโมเดิร์นเทรดกลืนร้านค้าสหกรณ์เหลือ 276 ราย จาก 700 รายทั่วประเทศ พาณิชย์เตรียมส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลุยปรับโฉม ก่อนเจ๊งเรียบ
นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาและพัฒนาระบบสหกรณ์ ได้หารือถึงสถานการณ์ร้านค้าสหกรณ์ที่มีแนวโน้มลดลงทุกปี หรือเฉลี่ยปีละ 45% จากอดีตที่มีร้านค้าสหกรณ์ 700 กว่าร้านค้า ปัจจุบันเหลือแค่ 276 ร้านค้า
สถานการณ์การปิดกิจการของร้านค้าสหกรณ์ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เป็นผลกระทบมาจากการขยายสาขาของค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) และร้านสะดวกซื้อที่มีสิ่งจูงใจ ทั้งสินค้าและรูปแบบร้านค้าทันสมัยมากกว่าร้านค้าสหกรณ์ อีกทั้งมีการจัดโปรโมชันแจกแถมสารพัด ทำให้คนในพื้นที่ชุมชนหันไปซื้อสินค้าจากร้านสะดวกซื้อมากกว่าอย่างต่อเนื่อง
แนวทางการแก้ไขปัญหา ที่ประชุมจึงได้มีมติให้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมา โดยมีรองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นประธาน ร่วมด้วยตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตัวแทนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมเป็นกรรมการ
หน้าที่ของอนุกรรมการ คือ ช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาให้ร้านค้าสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่จะเข้าไปช่วยปรับปรุงรูปแบบและระบบสมาชิกของร้านสหกรณ์ที่เหลืออยู่ให้มีความทันสมัย บริหารงานให้สอดคล้องกับสภาพตลาดในปัจจุบัน ซึ่งรัฐบาลจะช่วยสนับสนุนงบประมาณในการปรับปรุงดูแล เนื่องจากสหกรณ์โดยมากจะมีข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณบริหารจัดการ
การเข้าไปช่วยเหลือในครั้งนี้ เพราะมองว่าหากร้านค้าสหกรณ์ไม่มีการปรับตัว เชื่อว่าในอนาคตจะยิ่งปิดกิจการลงมาก กว่านี้ และจะกระทบต่อยอดสมาชิกสหกรณ์ที่ขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ 5 แสนราย สุดท้ายอาจถึงขั้นไม่เหลือร้านค้าสหกรณ์อยู่ในระบบอีก ดังนั้นจึงต้องมีการปรับตัวเพื่อรองรับการแข่งขันที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะคอยเป็นพี่เลี้ยงให้
ก่อนหน้านี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าก็ได้มีการเข้าไปให้ความช่วยเหลือในระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่เพียงพอ ทุกหน่วยงานจึงต้องร่วมมือกันอย่างเข้มข้นมากขึ้น เพราะร้านค้าสหกรณ์เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ ไม่ต้องย้ายถิ่นออกไปหางานทำประกอบอาชีพ
สำหรับคณะกรรมการแก้ไขปัญหาและพัฒนาระบบสหกรณ์ เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่แต่งตั้งกรรมการขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับสหกรณ์ หลังจากที่กรมส่งเสริมสหกรณ์รายงานต่อที่ประชุม ครม.เมื่อปีที่แล้วว่า ร้านค้าสหกรณ์กำลังอยู่ในภาวะเสี่ยง และมีการปิดกิจการลงมากขึ้นเรื่อยๆ







