
สนพ.ส่งสัญญาณกองทุนน้ำมันใกล้ติดลบ
สนพ.ส่งสัญญาณนโยบายตรึงดีเซลทำกองทุนน้ำมันฯใกล้ติดลบเตรียมชงกพช.หาทางออกกู้เงิน-ขยายเพดานตรึงราคามากกว่า 30บาทและลดภาษีน้ำมัน
สนพ.ส่งสัญญาณนโยบายตรึงดีเซลทำกองทุนน้ำมันฯใกล้ติดลบเตรียมชงกพช.หาทางออกกู้เงิน-ขยายเพดานตรึงราคามากกว่า 30บาทและลดภาษีน้ำมัน
นายบุญส่ง เกิดกลาง ผู้ตรวจราชการกระทรวง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) เปิดเผยว่าสนพ.ได้ประเมินสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง อาจจะเจอกับฐานะที่เริ่มติดลบได้ในช่วงสิ้นเดือนเม.ย. หากรัฐบาลยังดำเนินมาตรการตรึงราคาดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ30บาทต่อไป แม้ขณะนี้กองทุนน้ำมันฯมีเงินสดอยู่ 1.56 หมื่นล้านบาท แต่ถ้านับรวมภาระในอนาคตที่มีอยู่ 1.43 หมื่นล้านบาทก็จะเหลือกองทุนน้ำมันฯเพียง 1,000 กว่าล้านบาท เท่านั้น
ทั้งนี้ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน วันที่ 20 เม.ย. นี้ ทางสนพ.จะรายงานให้ทราบถึงสถานะกองทุนน้ำมันฯ รวมทั้งแนวทางการบริหารเงินกองทุนน้ำมันฯ ถ้ารัฐบาลยังยืนยันที่จะตรึงราคาดีเซลต่อไป ซึ่งแนวทางที่จะดำเนินการได้คือ 1.การกู้เงิน 2. การขยับเพดานตรึงราคามากกว่า 30 บาท และการลดภาษีน้ำมัน
ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯมีเงินไหลออกวันละ 307 ล้านบาท จากการตรึงราคาดีเซล โดยรวมใช้เงินดูแลราคาดีเซลไปทั้งหมดกว่า 9,000 ล้านบาท ในขณะที่ยังมีภาระรายจ่ายในอนาคตที่ยังไม่ได้มีการเบิกจ่ายได้แก่ 1.โครงการแท็กซี่เอ็นจีวี 1,200 ล้านบาท 2. การชดเชยราคาแอลพีจีให้กับโรงกลั่นน้ำมันที่ผลิตแอลพีจีเพื่อใช้ในประเทศจำนวน 1,428 ล้านบาท 3. การชดเชยราคาก๊าซธรรมชาติ(เอ็นจีวี)ก.ก.ละ2บาท จำนวน 3,611 ล้านบาท 4.การนำเข้าก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) จำนวน 8,931 ล้านบาท
“การประชุมกพช.ครั้งหน้าจะต้องหารือให้ได้ว่ารัฐบาลจะเดินหน้าตรึงราคาดีเซลต่อไปหรือไม่ จากเดิมที่กำหนดไว้จะสิ้นสุดในเดือนเม.ย. นี้ เพราะหากตรึงราคาต่อก็ต้องหาแนวทางว่าจะนำเงินจากแหล่งไหนมาใช้ตรึงราคาต่อเนื่องจากกองทุนน้ำมันฯจะเริ่มติดลบ ส่วนจะใช้วิธีที่เคยทำคือการกู้เงินนั้นจะต้องได้รับความเห็นชอบจากครม.ก่อน หรือจะใช้วิธีขยับเพดานตรึงราคาก็ได้ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว คงไม่สามารถไปตรึงราคาน้ำมันได้ตลอด และควรจะทยอยปรับราคาให้สะท้อนต้นทุน เพราะประชาชนเคยชินกับการขึ้นลงของราคาน้ำมันอยู่แล้ว”นายบุญส่ง กล่าว
นายบุญส่ง กล่าวถึงแนวโน้มราคาน้ำมันในปีนี้ว่า เฉลี่ยน่าจะอยู่ในระดับไม่เกิน 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูง โดยในช่วง 3 เดือนแรก ราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ประมาณ 108 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล สูงกว่าราคาเฉลี่ยทั้งปี 2554 อยู่ที่ 80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
อย่างไรก็ตามในช่วง2-3 วันที่ผ่านมา ราคาน้ำมันตลาดโลกเริ่มปรับตัวลดลงเฉลี่ย 1-2 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และหากยังลดลงต่อเนื่อง มีความเป็นไปได้ที่จะมีการเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) เพื่อลดอัตราการชดเชยราคาดีเซลลง ได้บ้า







