
ไฟแนนซ์ทูเดย์
การย้อนรอยเช็กบิลการดำเนินงานที่ไม่โปร่งใสยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
การย้อนรอยเช็กบิลการดำเนินงานที่ไม่โปร่งใสยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
โดยล่าสุด คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังพิจารณากรณีที่ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีต รมว.คลัง แต่งตั้งวิจิตร สุพินิจ และนิพัทธ พุกกะณะสุต ซึ่งเป็นที่ปรึกษา รมว.คลัง เข้าไปดูแลตลาดทุน ว่ามีอะไรที่ผิดปกติหรือไม่
.โดยหากย้อนรอยไปดู จะพบว่า นพ.สุรพงษ์ แต่งตั้ง วิจิตร นั่งประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตามผลการคัดเลือกของคณะกรรมการชุดของนิพัทธ หลังจากนั้นไม่นาน คณะกรรมการ ก.ล.ต. ของวิจิตร ได้แต่งตั้ง นิพัทธ เข้ามานั่งเป็นกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งหลายคนมองว่าอาจขัด พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
หากดูประวัติสมัยที่ วิจิตร เป็นประธานตลาดหลักทรัพย์ ก็นั่งควบตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท จี สตีล (GSTEEL) ตั้งแต่ปี 2549 ทั้งที่ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ปี 2551 ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพราะไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ทางธุรกิจ
ขณะที่นิพัทธถูกคำสั่งศาลให้ชดใช้เงิน 534 ล้านบาท แก่ธนาคารออมสิน ในฐานะที่นายนิพัทธใช้อำนาจประธานธนาคารออมสินในการสั่งซื้อหุ้นธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ (บีบีซี) จนมีปัญหาอื้อฉาว ซึ่งเป็นยุค วิจิตร นั่งเป็นผู้ว่าการแบงก์ชาติ ทำให้ทั้งสองคนถือเป็นคนกันเอง พอมาช่วงรัฐบาลไทยรักไทย ทั้งสองคนก็นั่งทำงานห้องติดกัน
ส่วนอีกคดีที่ใกล้งวดมากๆ คือการทุจริต สินเชื่อที่แบงก์พาณิชย์ให้กับบริษัท เพรซิเดนท์อะกริเทรดดิ้ง ส่งออกข้าว เนื่องจาก ธาริตเพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ส่งทีมไปตรวจสอบข้อมูลในต่างประเทศแล้วพบว่าส่วนใหญ่เป็นเอกสารการสั่งซื้อข้าวที่ถูกบริษัททำปลอมขึ้นมา เพื่อใช้ขอสินเชื่อเพื่อการส่งออก เรื่องแบบนี้ระบบแบงก์น่าจะตรวจสอบได้ไม่ยาก แต่ทำไมกลับปล่อยให้มีการโยกเงินออกจากแบงก์ได้กว่าหมื่นล้านบาท งานนี้ดีเอสไอเตรียมฟ้องเอาผิดเป็นรายแบงก์แล้ว ใครเกี่ยวข้องบ้างเตรียมได้ชำแหละกันในศาล







