
สศอ.เผยอุตเครื่องดื่ม-ยาง-อาหารเจอผลกระทบจากญี่ปุ่น
สศอ.เผยผลสำรวจผลกระทบญี่ปุ่นต่ออุตสาหกรรมไทยอุตฯ เครื่องดื่ม อาหาร ยางและพลาสติก ได้รับผลกระทบมาก ด้านอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์มีสต๊อกใช้ถึงกลางเดือนเม.ย.
สศอ.เผยผลสำรวจผลกระทบญี่ปุ่นต่ออุตสาหกรรมไทยอุตฯ เครื่องดื่ม อาหาร ยางและพลาสติก ได้รับผลกระทบมาก ด้านอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์มีสต๊อกใช้ถึงกลางเดือนเม.ย.
นางสุทธินีย์ พู่ผกา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า สศอ.ได้สำรวจผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไทยจากมหันตภัยของญี่ปุ่น ซึ่งได้จากการสอบถามผู้ประกอบการ 107 ราย ระหว่างวันที่ 16-18 มี.ค.2554 ใน 7 อุตสาหกรรม คือ อาหารและเครื่องดื่ม เสื้อผ้าและสิ่งทอ เครื่องใช้ไฟฟ้า เคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี ยางและพลาสติก ยานยนต์และอุปกรณ์ขนส่ง โลหะขั้นมูลฐาน พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบน้อย 85.0 % ได้รับผลกระทบปานกลาง 13.1 % ได้รับผลกระทบมาก 1.9 % ซึ่งผู้ประกอบการที่ตอบว่าได้รับผลกระทบมากอยู่ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ยางและพลาสติก
ด้านการปรับตัวผู้ผลิตส่วนใหญ่กว่า 81.9% ขอรอดูสถานการณ์ก่อน อีก 5.7% จะลดกำลังการผลิต 3.8% จะเริ่มสต๊อกสินค้ารอลูกค้า และฟื้นฟูบริษัทแม่ และอีก 2.9% จะขยายตลาดในประเทศ และย้ายตลาดไปยังประเทศอื่นเพื่อทดแทนตลาดญี่ปุ่นที่หายไปบางส่วน โดยการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นส่วนใหญ่เชื่อว่าจะฟื้นตัวได้หลังไตรมาส 3 ของปีนี้
ขณะที่การดำเนินการผลิตในเมืองไทย โรงงานอุตสาหกรรมยายนต์และอิเล็กทรอนิกส์ยังคงเดินเครื่องปกติแต่ลดการทำงานล่วงเวลาลง เพราะมีสต๊อกวัตถุดิบเหลือใช้ถึงกลางเดือนเม.ย. 2554 ซึ่งขณะนี้บริษัทก็อยู่ระหว่างการหาแหล่งวัตถุดิบใหม่จากเมืองที่ไม่ได้รับผลกระทบมาทดแทน แต่ต้องดูสถานการณ์หลังจากช่วงสงกรานต์ก่อนว่าจะหาวัตถุดิบมาเสริมได้หรือไม่ ซึ่งการที่โรงงานในญี่ปุ่นที่อยู่พื้นที่เสียหายต้องหยุดการผลิตลงเพราะมีปัญหาพลังงานไฟฟ้า และในสัปดาห์นี้หลายโรงงานจะเริ่มการผลิตแต่ต้องรอดูว่าจะเดินเครื่องผลิตได้มากน้อยเพียงใดเพราะถ้าเดินเครื่องแล้วโรงงานต้องมั่นใจว่ามีไฟฟ้าเพียงพอ โดย สศอ.คาดว่าผลกระทบจากแผ่นดินไหวในญี่ปุ่นต่ออุตสาหกรรมไทยจะเห็นชัดในไตรมาสที่ 2 ปีนี้
สำหรับเมืองที่เกิดสึนามิและเสียหาย 5 เมือง คือ 1.เมืองมิยางิ มีฐานการผลิตเครื่องเสียงและกล้องของพานาโซนิค ฐานการผลิตเทปแม่เหล็กของโซนี่และฐานการผลิตของโตโยต้า 2.เมืองฟุกุชิมะ มีฐานการผลิตชิพและสมาร์ทการ์ดของโซนี่ และฐานการผลิตของแคนอน 3.เมืองอิบารากิ มีฐานการผลิตแผงวงจรรวมของเรเนซัส และฐานการผลิตของฮิตาชิ 4.เมืองอิวาเตะ มีฐานการผลิตชิพของโตชิบ้าและฐานการผลิตของโตโยต้า 5.เมืองโทชิงิ มีฐานการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟของโกเบสตีล และฐานการผลิตของฮอนด้าและนิสสัน
นางสุทธินีย์ กล่าวว่า ญี่ปุ่นต้องพึ่งไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาก โดยถ้าในอนาคตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่กำลังมีปัญหาเดินเครื่องไม่ได้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว จากปัจจุบันที่ประเมินว่าจะส่งผลกระทบ 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพราะการบริโภคในญี่ปุ่นจะหยุดชะงักและโรงงานอุตสาหกรรมไม่สามารถเดินเครื่องได้เต็มที่ ซึ่งก่อนหน้านี้ธนาคารโลกประเมินว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของญี่ปุ่น ปีนี้จะขยายตัว 2.1 % แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจำให้จีดีพีญี่ปุ่นลดลง 0.5-0.6 % และธนาคารโลกคาดการณ์ว่าญี่ปุ่นจะใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ 5 ปี
อย่างไรก็ตาม สศอ.จะสำรวจผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมอีกครั้งในต้นเดือน เม.ย.2554 เพราะความเสียหายของญี่ปุ่นยังไม่ได้ข้อยุติทำให้ประเมินความเสียหายต่ออุตสาหกรรมไทยที่ชัดเจนไม่ได้







