posttoday
เอกชนคาดส่งออกปีนี้โตขึ้น10-15%

เอกชนคาดส่งออกปีนี้โตขึ้น10-15%

03 กุมภาพันธ์ 2553

เอกชนตั้งเป้าส่งออกยางพาราปี 2553โต 10-15%  หวังส่งออกตลาดสหรัฐอเมริกาเพิ่ม หลังอเมริกาสั่งงดนำเข้าสินค้าจากจีน

เอกชนตั้งเป้าส่งออกยางพาราปี 2553โต 10-15%  หวังส่งออกตลาดสหรัฐอเมริกาเพิ่ม หลังอเมริกาสั่งงดนำเข้าสินค้าจากจีน

นายชโย ตรังอดิศัยกุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า แนวโน้มการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางพาราในปี 2553 คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตขึ้น 10-15% จากปีที่แล้วที่มีมูลค่าการส่งออกโดยรวมที่ 4 แสนล้านบาท อย่างแน่นอน เนื่องจากสหรัฐอเมริกางดการนำเข้าสินค้าจากจีน ส่งผลให้ไทยมีช่องทางการส่งออกได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ในปี 2552 ไทยสามารถส่งอกสินค้าโดยรวมได้ มูลค่า 4 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการส่งออกวัตถุดิบจำนวน 90% มูลค่า 2 แสนล้านบาท และส่งออกในรูปผลิตภัณฑ์จำนวน 10% มูลค่า 2 แสนล้านบาท

ขณะที่สถานการณ์ราคายางธรรมชาติยังมีแนวโน้มสูงขึ้นจากราคา 50-60 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 150 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ดี ส่งผลให้เกษตรกรที่มีอยู่จำนวน 5 ล้านครัวเรือนจะได้ประโยชน์จากการขายยางธรรมชาติ แต่ในส่วนของผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ยางจะต้องแบกรับราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ซึ่งในตอนนี้ก็ยังไม่สามรถปรับฐานราคาสินค้าได้ เพราะราคาในตลาดยังไม่มีเสถียรภาพเพียงพอ แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบขึ้นมาก เพราะทุกคนได้รับผลกระทบเท่าเทียมกันหมด รวมทั้งคู่แข่งของไทยด้วย

นายชโย กล่าวว่า สำหรับการเปิดเสรีการค้าอาเซียน ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญมากนัก แต่ก็เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ซึ่งการเปิดตลาดเสรีถือเป็นโอกาสที่ดีของอุตสาหกรรมยางไทย เนื่องจากไทยมีความเข้มแข็งตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพราะมีทั้งยางธรรมชาติ เคมีอุตสาหกรรม การผลิตผลิตภัณฑ์ยาง และอุตสาหกรรมแปรรูปอื่นๆ เป็นต้น รวมทั้งช่องทางการตลาดขยายขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดจะใหญ่ขึ้นแต่ก็ยังคงมีอุปสรรคในเรื่องนโยบายการค้าต่างประเทศอยู่บ้าง เช่น การออกมาตรการกีดกันการค้าที่มิใช่ภาษีของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องการกำหนดมาตรฐานการผลิตสินค้าให้ได้ตรงตามกำหนดของแต่ละประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มในการส่งออกสินค้า ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบให้ไทยไม่สามารถส่งออกสินค้าได้เป็นจำนวนมากตามที่ต้องการ

อีกทั้ง คู่แข่งในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม ก็เร่งพัฒนาสินค้ามาแข่งกันเป็นจำนวนมากแล้ว และแต่ละประเทศก็มีศักยภาพสูงเช่นเดียวกัน

ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงต้องเริ่มปรับตัวร่วมมือกันแข่งขันเป็นคลัสเตอร์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยร่วมกันเป็นคลัสเตอร์อย่างมีหลักการ เสริมศักยภาพการผลิต การตลาด แลเทคโนโลยี เป็นต้น   

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ