posttoday
สิงห์ทุ่มงบปรับธุรกิจ มุ่งอาหารสุขภาพ

สิงห์ทุ่มงบปรับธุรกิจ มุ่งอาหารสุขภาพ

03 กุมภาพันธ์ 2553

สิงห์ฯ ลดความเสี่ยงธุรกิจน้ำเมาปรับสู่ภาพธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มครบวงจร ลุย4-5สินค้าใหม่ต่อเนื่องทุกปี หวัง3-5ปีสัดส่วนกลุ่มนอน-แอลกอฮอล์เพิ่ม30%

สิงห์ฯ ลดความเสี่ยงธุรกิจน้ำเมาปรับสู่ภาพธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มครบวงจร ลุย4-5สินค้าใหม่ต่อเนื่องทุกปี หวัง3-5ปีสัดส่วนกลุ่มนอน-แอลกอฮอล์เพิ่ม30%

นายสันต์ ภิรมย์ภักดี ผู้จัดการกลุ่มการตลาดนอน-แอลกออฮอล์ บริษัทสิงห์ คอร์เปอเรชั่น เจ้าของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์  และปราศจากแอลกอฮอล์ ตราสิงห์ บีอิ้ง เป็นต้น เปิดเผยว่าบริษัทใช้งบกว่า60 ล้านบาทต่อปี สำหรับพัฒนาและวิจัย(อาร์แอนด์ดี)สินค้าใหม่ของบริษัท อาทิ เครื่องดื่มเบียร์รสชาติใหม่ รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารรูปแบบบต่างๆ ซึ่งเป็นไปตามนโยบาย นายสันติ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการบริษัท สิงห์ฯ ที่ให้ไว้สู่การเป็นผู้ดำเนินธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มครบวงบจร ด้วยในอนาคตตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาจถึงจุดที่ตลาดอิ่มตัวหรืออาจเติบโตน้อย

 ล่าสุดในกลุ่มธุรกิจนอน-แอลกอฮอล์ ใช้งบกว่า60 ล้านบาท  ทำตลาดขนมขบเคี้ยว(สแน็ค) แบรนด์ “เอ็น-จอย” อย่างเป็นทางการ ในรูปแบบปลาแผ่นกรอบปรุงรส มีสัดส่วนเนื้อปลา70% เจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ชื่นชอบทานขนมขบเคี้ยว และเห็นโอกาสที่ตลาดขนมขบเคี้ยวของไทยส่วนใหญ่ทานแล้วจะมีปัญหาโรคอ้วน จึงต้องการเปิดตัวขนมขบเคี้ยวในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ คาดในปีแรกสร้างยอดขายไม่ต่ำกว่า 130 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 10% ในตลาด ฟิชสแน็ค ที่มีมูลค่า 1,380 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าหมายจะได้ส่วนแบ่งการตลาด 20% ภายในปี 55 ส่วนตลาดฟิช สแน็ค ที่มีมูลค่า 1,380 ล้านบาทนั้น เติบโตสูงถึง 15% ในปี52 ซึ่งเติบโตมากกว่า ตลาดขนมคบเคี้ยวที่มีมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท

สำหรับการผลิตสินค้าใหม่ดังกล่าว บริษัทได้ร่วมกับบริษัท แคปปิตอล เทรดดิ้ง ผู้ผลิตสาหร่าย ซีริโกะ เป็นผู้ผลิตสินค้าให้ทั้งหมด และอยู่ระหว่างเจรจากับบริษัทฯดังกล่าว เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในอนาคตที่จะเข้าไปร่วมทุนในบริษัทดังกล่าวด้วย ซึ่งต้องประเมินว่า การเข้าไปร่วมทุนในครั้งนี้มีโอกาสขยายธุรกิจมากน้อยเพียงใด ซึ่งในเร็วๆนี้บริษัทยังเตรียมทำตลาด เอ็น-จอย ขนาดใหม่ 15 กรัม ราคา10 บาท จากปัจจุบันวางจำหน่าย ขนาด 28 กรัม ราคา 20 บาท โดยมี 3 รสชาติที่วางจำหน่ายแล้วได้แก่ รสออริจินัล, รสฮอต แอนด์ สไปซี่ และวาซาบิ

“ขณะนี้บริษัทเตรียมเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผ่านร้านค้าทั่วไปมากขึ้น จากปัจจุบันวางจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น ทั้งนั้น และผลการทดลองวางตลาดขนมเอ็น-จอย ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา สร้างยอดขายได้อย่างน่าพอใจ” นายสันต์ กล่าว 

ทั้งนี้จากการออกสินค้าแบรนด์ใหม่ และการขยายการทำตลาดสินค้าหมวดนอน-แอลกอฮอล์ เพิ่มขึ้นในอนาคตนับจากนี้ บริษัทได้วางเป้าหมายในอีก 3-5 ปีข้างหน้าจะมีสัดส่วนรายได้ในสินค้ากลุ่มนี้ราว 30% ของรายได้ทั้งบริษัท จากปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ 10%  โดยในปี52 บริษัทมียอดขายเบียร์ 8 หมื่นลัง ซึ่งในปี 52 ที่ผ่านมา รายได้จากกลุ่มนอน-แอลกอฮอล์ อยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น โซดา 4,000 ล้านบาท น้ำดื่ม 3,000 ล้านบาท และที่เหลือเป็น บีอิ้ง และขนมคบเคี้ยว โดยกลุ่มสินค้าที่เติบโตมากที่สุดในปีก่อน คือ บีอิ้ง เติบโต 100% รองลงมา กลุ่มของขบเคี้ยว 89% น้ำดื่มเติบโต 15% และโซดา 5% ทั้งนี้ในปีนี้ได้ใช้งบพัฒนาสินค้าในกลุ่มนี้ประมาณ 60 ล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย