
วิจัยกสิกรมองกองทุนรวมเหนื่อยธุรกิจท้าทาย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองกองทุนรวมปี 54 เจอโจทย์หิน หาผลิตภัณฑ์ลงทุนใหม่รองรับเกาหลีใต้ครบอายุ เพื่อประคองเอ็นเอวีและขยายฐานลูกค้าใหม่ใช้พันธมิตรและสื่อออนไลน์เข้าถึงลูกค้า
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองกองทุนรวมปี 54 เจอโจทย์หิน หาผลิตภัณฑ์ลงทุนใหม่รองรับเกาหลีใต้ครบอายุ เพื่อประคองเอ็นเอวีและขยายฐานลูกค้าใหม่ใช้พันธมิตรและสื่อออนไลน์เข้าถึงลูกค้า
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินภาพรวมของการแข่งขันและความท้าทายของอุตสาหกรรมกองทุนรวมในปี 2554 ว่า ธุรกิจกองทุนรวมคงจะเผชิญกับโจทย์ที่ท้าทายหลายด้าน ทั้งการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ การออกหุ้นกู้ของบริษัทเอกชน โดยเฉพาะในประเด็นการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมการลงทุน ทำให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อาจจะไม่สามารถพึ่งพิงผลของราคาสินทรัพย์และผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะกองทุนเปิดพันธบัตรเกาหลีใต้ได้มากเท่ากับในปี 2553 ที่ผ่านมา ซึ่งในปีนี้มีกองทุนครบเกาหลีใต้ครบกำหนดกว่า 229,736 ล้านบาท
ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถประคับประคองมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของตนและสร้างความยืดหยุ่นให้กับการดูแลสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ ซึ่งบลจ.ที่มีพื้นฐานกลุ่มลูกค้าและผลิตภัณฑ์หลัก รวมถึงช่องทางการเสนอขายที่แตกต่างกัน ก็น่าที่จะมีแผนการรับมือกับโจทย์ที่ท้าทาย รวมถึงกลยุทธ์การปรับตัวเพื่อตอบโจทย์และรักษาฐานลูกค้า รวมถึงเพื่อรองรับการแข่งขันที่เข้มข้นไปในแนวทางที่แตกต่างกัน
นอกเหนือจากความท้าทายในการสรรหาผลิตภัณฑ์ที่ดึงดูดนักลงทุนให้ลงทุนกับตน และการเพิ่มสมดุลของประเภทสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการแล้ว แต่ละ บลจ.คงจะยังมีความท้าทายในการตอบโจทย์ด้านการขยายฐานลูกค้า รวมถึงการให้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วและเอื้อต่อการตอบสนองความต้องการในการลงทุนของนักลงทุน ซึ่งบลจ.ต่างๆ คงจะมีการร่วมมือกับพันธมิตรรายอื่นๆ หรืออาศัยการขายตรง (Direct Sales) มากขึ้น รวมไปถึงการใช้ช่องทางสื่อออนไลน์ที่กำลังเป็นกระแสนิยมในขณะนี้
“การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่มากขึ้นของลูกค้าดังกล่าว จะมีส่วนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจหรือการปรับพฤติกรรมการลงทุนมาสู่กองทุนประเภทใหม่ๆ หรือกองทุนที่มีความเสี่ยงและโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุ
ขณะที่ประเด็นที่ยังคงน่าติดตาม คงเป็นในเรื่องของกองทุนรวม ETF ต่างประเทศ และตราสารอิสลาม (Sukuk) ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อนุญาตให้เข้าจดทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.2554 ว่าจะสามารถดึงดูดความสนใจของนักลงทุนในฐานะคู่แข่งของอุตสาหกรรมกองทุนรวมได้มากน้อยเพียงใด นอกเหนือจากประเด็นการทยอยลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากและกฎเกณฑ์ที่อาจมีประกาศเพิ่มเติมในอนาคต.







