ยาง-หุ้นเอเชียฟื้นพึ่บพั่บ
ตลาดหุ้นเอเชียและราคายางฟื้นหลังจากทรุดมาหลายวัน คาดดัชนีหุ้นดีแค่ช่วงสั้นๆ STA คึกคัก บิ๊กบ้านปูยอมรับลูกค้าญี่ปุ่นหลายรายซื้อถ่านหินจากอินโดฯออสเตรเลีย
ตลาดหุ้นเอเชียและราคายางฟื้นหลังจากทรุดมาหลายวัน คาดดัชนีหุ้นดีแค่ช่วงสั้นๆ STA คึกคัก บิ๊กบ้านปูยอมรับลูกค้าญี่ปุ่นหลายรายซื้อถ่านหินจากอินโดฯออสเตรเลีย
ตลาดหุ้นทะยานขึ้นทั่วเอเชีย นำโดยดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นดีดแรงถึง 5.68%หรือเพิ่มขึ้น 488 จุด มาปิดที่ระดับ 9,093 จุด และราคายางพาราก็ฟื้นตัวเช่นกัน ท่ามกลางราคาน้ำมันอ่อนตัวลงต่อเนื่อง และราคาทองคำลดลงแรง
ด้านตลาดหุ้นไทย ดัชนีบวกตลอดวันมาปิดที่ 1,008.13 จุด เพิ่มขึ้น 5.03 จุด มูลค่าการซื้อขาย 29,065 ล้านบาท แต่ต่างชาติขายหุ้นออกมาต่อ 1,778 ล้านบาท และขายตราสารหนี้ถึง 4,634 ล้านบาท
นางภรณี ทองเย็น ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นภูมิภาคปรับตัวบวกได้ เพราะนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวดัชนีหุ้นนิกเกอิปรับตัวลดลงถึง 19% ดังนั้นจึงเป็นเพียงการฟื้นตัวในระยะสั้นเท่านั้น ไม่น่าจะไปต่อได้ไกลเนื่องจากยังไม่สามารถสรุปผลความเสียหายได้
สำหรับทิศทางหุ้นไทยคงจะเป็นในลักษณะแกว่งตัวมากกว่า แนะนำให้เลือกหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจในประเทศเป็นหลัก
ด้านนายกิติชัย สินเจริญกุล กรรมการบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) กล่าวว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์ที่ญี่ปุ่น และขอเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการประมวลผลข้อมูลก่อน
ราคายางพาราที่ทรุดตัวลงแรงนั้นนายกิติชัย กล่าวว่า ราคาลงมาแรงผิดปกติ และเป็นเรื่องธรรมดาเมื่อลงไปถึงจุดหนึ่งก็จะดีดขึ้นมา ทำให้วันที่ 16 มี.ค. ในตลาดโตเกียว (โตคอม) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าขึ้นมาอยู่ที่ 385 เยน หรือเพิ่มขึ้นจากจุดต่ำสุดประมาณ 35 เยน และราคาในประเทศไทยก็เพิ่มขึ้นตามด้วย ส่งผลให้ราคาหุ้น STA ดีดขึ้นแรงถึง 7.14% หรือ 1.75 บาท มาปิดที่ระดับ 26.25 บาท
“ผมยังเชื่อว่าแนวโน้มราคายางจะดีขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะราคาแถว 70-80 บาทต่อกิโลกรัม เป็นเพียงต้นทุนเท่านั้น และในเดือน เม.ย. เข้าสู่หน้าร้อนอากาศแล้งตามปกติ ยางจะกรีดได้น้อยลง ขณะที่ความต้องการจะเพิ่มขึ้น เห็นได้จากโรงงานผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นกลับมาเปิดดำเนินการแล้ว และความจำเป็นต้องใช้ยางยังมีอีกมาก เมื่อเศรษฐกิจโลกดีขึ้น” นายกิติชัย กล่าว
นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู (BANPU) กล่าวว่า ขณะนี้อาจจะเร็วเกินไปที่บริษัทจะให้ความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศญี่ปุ่นต่อธุรกิจของบ้านปู
ถึงแม้ว่าบริษัทไม่มีฐานการผลิตในญี่ปุ่น แต่มีลูกค้าชาวญี่ปุ่นหลายรายที่ซื้อถ่านหินจากเหมืองในอินโดนีเซียและออสเตรเลีย ซึ่งบริษัทจะพิจารณาหาทางให้ความช่วยเหลือกับลูกค้าหากได้รับการร้องขอมา
อย่างไรก็ดี ในปีนี้กำหนดของเรือที่จะต้องขนส่งถ่านหินไปยังโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีไม่มากนัก และอาจจะปรับไปส่งมอบให้ลูกค้ารายอื่นแทนต่อไป
“บริษัทรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น และหวังว่าญี่ปุ่นจะผ่านพ้นเหตุการณ์อันเลวร้ายนี้โดยเร็ว” นายชนินท์ กล่าว
ก่อนหน้านี้ ราคาหุ้น BANPU ปรับตัวขึ้น เพราะเก็งกันว่าราคาถ่านหินจะสูงขึ้นตามความต้องการใช้ของญี่ปุ่นหลังเกิดแผ่นดินไหว แต่วันที่ 16 มี.ค. หุ้นกลับผันผวน และสุดท้ายมาปิดที่ 742 บาทลดลง 2 บาท


