
ต่างชาติวิ่งกลับเอเชีย
ไทยพุ่ง15จุดไล่ซื้อหุ้นได้ดีญี่ปุ่นไทยออยล์ยืดอกรับกำไรสูงชัวร์
ไทยพุ่ง15จุดไล่ซื้อหุ้นได้ดีญี่ปุ่นไทยออยล์ยืดอกรับกำไรสูงชัวร์
ต่างชาติเฮโลซื้อหุ้นเอเชียยกเว้นญี่ปุ่น ไทยพุ่งเฉียด 16 จุด แห่ซื้อหุ้นได้ประโยชน์ ไทยออยล์ยิ้มแฉ่งได้กำไรดีจาก 3 ปัจจัย
นักลงทุนต่างชาติขนเงินกลับมาซื้อหุ้นเอเชีย ส่งผลให้ดัชนีหุ้นของตลาดหลายแห่งดีดพลิกกลับมาบวกได้และค่าเงินแข็งขึ้น หลังจากตื่นตระหนกเหตุการณ์ถล่มญี่ปุ่นเมื่อวันศุกรื่ที่ผ่านมา โดยดัชนีหุ้นไทยพุ่งขึ้นปิดที่จุดสูงสุดของวันที่ 1,022.89 จุด เพิ่มขึ้น 15.83 จุด หรือ 1.57% มูลค่าการซื้อขาย 31,822 ล้านบาท ด้วยแรงซื้อหนักมือของต่างชาติ 3,277 ล้านบาท รวมถึงตราสารหนี้ 3,847 ล้านบาท ยกเว้นดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นทรุดกว่า 6%
มาร์เก็ตติง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยพุ่งแรงเกินคาด ตามแรงซื้อหุ้นที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากเหตุวิกฤตญี่ปุ่น ส่งผลให้ราคาหุ้นพลังงาน ปิโตรเคมี ขึ้นแรง นำโดยบริษัท ไทยออยล์ (TOP) ปิด 81 บาท บวก 3.25 บาท บริษัท บ้านปู (BANPU) ปิด 750 บาท บวก 30 บาท เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม มีแรงขายหุ้นที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก เช่น บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) ร่วง 6% เศษ ปิดที่ 25.75 บาท หลังราคายางทรุดหนัก รวมถึงหุ้นในกลุ่มยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยวและการบิน
นายสุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยออยล์ เปิดเผยว่า หากให้มองไปข้างหน้าจะเห็นว่าผลดำเนินงานของบริษัทในไตรมาสแรกปีนี้น่าจะออกมาดีแน่ๆ เพราะมีปัจจัยที่ไม่คาดหมายเกิดขึ้นและเข้ามาสนับสนุน เช่น 1.แผ่นดินไหวในญี่ปุ่น ทำให้โรงกลั่นและโรงปิโตรเคมีปิดตัวลง ส่งผลให้ค่าการกลั่นเพิ่มขึ้น 2.การประท้วงอย่างรุนแรงแถบตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้น และ 3.รัฐบาลเพิ่มราคาจำหน่ายแอลพีจีขึ้นมาอยู่ที่ 780 เหรียญสหรัฐต่อตัน จากก่อนหน้าถูกตึงไว้ที่ 330 เหรียญสหรัฐ
บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) แนะนำให้ซื้อ TOP ราคาเป้าหมาย 1 ปีข้างหน้าที่ 84 บาท หลังคาดว่าจะได้ดีจากค่าการกลั่นมีแนวโน้มสูงต่อเนื่องในช่วง 6 เดือนแรก และยังมีกำไรจากสต๊อกด้วย ส่วนครึ่งปีหลังจะได้รับประโยชน์จากการทยอยลอยตัวราคาแอลพีจีที่ขายให้ภาคอุตสาหกรรม ส่วนหุ้นบริษัท เอ็มซีเอสสตีล (MCS) ให้ราคาเป้าหมายที่ 12.50 บาท
นายสุวิทย์ มโนมัยยานนท์ กรรมการและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสฝ่ายขายและสัญญาบริษัท โตโยไทย คอร์ปอเรชั่น (TTCL) แจ้งว่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น และในทางกลับกันบริษัทก็พร้อมเข้าไปบูรณะซ่อมแซมโรงงานที่ได้รับความเสียหายครั้งนี้
นายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัล พลาซา (CENTEL) กล่าวว่า บริษัทมีลูกค้าที่เป็นญี่ปุ่นเพียง 3% จากจำนวนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เข้ามาเที่ยวเฉลี่ย 9 แสน1 ล้านคน จึงคาดว่าปีนี้บริษัทจะมีกำไรสุทธิกลับไปใกล้เคียงที่ 541 ล้านบาท ในปี 2547 ซึ่งเป็นระดับที่สูงประวัติการณ์
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้คงเร็วเกินไปจะประเมินผลกระทบต่อตลาดทุน ต้องรอจาก 4 ปัจจัย คือ 1.ผลกระทบต่อผลประกอบการทั่วโลก 2.การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโลก 3.สภาพคล่องของโลกจะไหลไปลงทุนในแหล่งใด และ 4.กระแสของทั้งสามข้อแรกจะเป็นอย่างไร ซึ่งน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์
สำหรับผลของการไปให้ข้อมูลที่ญี่ปุ่น น่าจะเห็นผลล่าช้ากว่าเดิม เพราะผู้จัดการกองทุนต้องใช้เวลาพิจารณามากกว่าเดิม







