
ปราจิน เอี่ยมลำเนา ขอ 3 ปีจัดมอเตอร์โชว์ครบวงจร
ภายใน 3 ปี จะมีการดึงงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์เข้ามาร่วมในการจัดงานด้วย อาทิ งานแสดงชิ้นส่วนยานยนต์ที่ปกติมีการจัดอยู่แล้วในประเทศไทยเพื่อให้ครบวงจรมากขึ้น....
ภายใน 3 ปี จะมีการดึงงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์เข้ามาร่วมในการจัดงานด้วย อาทิ งานแสดงชิ้นส่วนยานยนต์ที่ปกติมีการจัดอยู่แล้วในประเทศไทยเพื่อให้ครบวงจรมากขึ้น....
โดย...พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล
จัดงานแสดงรถยนต์มอเตอร์โชว์มาแล้ว 31 ครั้ง นับตั้งแต่การจัดงานที่สวนอัมพร ไล่มาจนถึงการยึดหัวหาดไบเทค บางนา มาเป็นระยะเวลายาวนาน ในที่สุดการจัดงานในปีนี้ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32 บอกว่าการย้ายสถานที่จัดงานมาที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี ทำให้บริษัทต้องลงทุนเพิ่มกว่า 1 เท่าตัว คิดเป็นมูลค่า 150-170 ล้านบาท เปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายเดิมที่เคยจัดที่ไบเทค ราว 80 ล้านบาทต่อปี
โดยค่าใช้จ่ายหลักในปีนี้เป็นค่าเช่าพื้นที่กว่า 110 ล้านบาท ซึ่งบริษัทไม่ได้ปรับเพิ่มค่าเช่าพื้นที่ 1.2 หมื่นบาทต่อ ตร.ม. แต่อย่างใด เพียงแต่ผู้ประกอบการทุกรายต่างก็ต้องการพื้นที่แสดงรถยนต์เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าบัตรเข้าชมก็คงราคาที่ 80 บาท
นอกจากนี้ รายได้จะเพิ่มขึ้นจากการที่เริ่มเก็บค่าพื้นที่สำหรับรถจักรยานยนต์และแอกเซสซอรี เนื่องจากถือว่าเข้ามาจัดแสดงในฮอลล์ใหญ่ร่วมกัน โดยในส่วนของแอกเซสซอรีเก็บบูธละ 1.6 แสนบาท ซึ่งมีค่ายรถ ค่ายรถจักรยานยนต์ และค่ายแอกเซสซอรีให้ความสนใจเข้าร่วมแสดงรถยนต์กันอย่างคับคั่งเกือบทุกยี่ห้อในงานนี้
“เรายืนยันความพร้อมในการจัดงานว่าผู้ที่เข้าชมงานจะต้องตื่นตาตื่นใจกับการจัดงานของเรา ซึ่งการย้ายสถานที่ในการจัดงานครั้งนี้ จะรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มียอดการผลิตเติบโตมากขึ้นทุกปี และจะมีกำลังการผลิตทะลุ 2 ล้านคัน ติดท็อปเทนฐานการผลิตรถยนต์โลกในอนาคตอันใกล้”
อย่างไรก็ตาม งานที่จะจัดระหว่างวันที่ 25 มี.ค.–5 เม.ย. 2554 ปราจิน ยืนยันว่าจะไม่มีการตั้งเป้าหมายผู้เข้าชมงานและยอดจำหน่ายแต่อย่างใด เนื่องจากไม่อยากแข่งขันในเรื่องการสร้างตัวเลขเพียงอย่างเดียว ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องไม่จำเป็น
แต่จากการที่ค่ายรถนำรถที่น่าสนใจมาจัดแสดง เช่น เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซีแอลเอส พวงมาลัยขวาคันแรกของโลก รถต้นแบบอีโคคาร์ของมิตซูบิชิ ปิกอัพใหม่โปรโตไทป์ของจีเอ็ม มาสด้า บีที-50 รวมไปถึงรถใหม่อย่างฮอนด้า บริโอ้ และมาสด้า 3 ก็น่าจะทำให้ตัวเลขในปีนี้ไม่ต่างจากปีที่ผ่านมา ที่มีผู้เข้าชมงาน 1.8 ล้านคน และยอดขาย 2.8 หมื่นคัน
ปราจิน คุยถึงแผนงานในการพัฒนาการจัดงานมอเตอร์โชว์ ในฐานะที่บริษัทได้รับการรับรองจากโอไอซีเอ ซึ่งเป็นองค์กรทางด้านการจัดงานแสดงรถยนต์ระดับโลก จะต้องพัฒนาการจัดงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์แบบครบวงจร ซึ่งพื้นที่ของชาเลนเจอร์ ฮอลล์ ถือว่ามีความเหมาะสมในการขยายการจัดงาน
ก็เลยวาดฝันวางแผนการขนาดใหญ่ว่า ภายใน 3 ปี จะมีการดึงงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์เข้ามาร่วมในการจัดงานด้วย อาทิ งานแสดงชิ้นส่วนยานยนต์ที่ปกติมีการจัดอยู่แล้วในประเทศไทย แต่หากดึงเข้ามาจัดในพื้นที่เดียวกัน เช่น ใช้พื้นที่ของอิมแพ็ค ฮอลล์ ก็จะทำให้งานมีความครบวงจรมากขึ้น
ฝันไว้เล็กๆ แบบนี้ แม้จะผิดสไตล์ ปราจิน แต่ก็ต้องจับตาห้ามกะพริบ ว่าเมื่อทุกอย่างลงตัว แผนงานดังกล่าวจะเดินหน้าไปในทิศทางใดกันแน่!!!







