posttoday
สินค้า 20-40 รายการจ่อได้ขึ้นราคา

สินค้า 20-40 รายการจ่อได้ขึ้นราคา

13 มีนาคม 2554

นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีสินค้าหลายชนิด เช่น ปุ๋ย นม น้ำมันถั่วเหลือง เสนอขอปรับขึ้นราคาเข้ามาเนื่องจากต้นทุนสูงขึ้น โดยจะได้เสนอข้อมูลให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เพื่อพิจารณา

นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีสินค้าหลายชนิด เช่น ปุ๋ย นม น้ำมันถั่วเหลือง เสนอขอปรับขึ้นราคาเข้ามาเนื่องจากต้นทุนสูงขึ้น โดยจะได้เสนอข้อมูลให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เพื่อพิจารณา

 

สินค้า 20-40 รายการจ่อได้ขึ้นราคา

อย่างไรก็ตาม หลังจากสิ้นสุดนโยบายขอความร่วมมือในการตรึงราคาสินค้า 31 มี.ค.นี้ หากมีสินค้าตัวใดต้องการปรับราคา กรมก็จะพิจารณาตามโครงสร้างต้นทุนเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถหาซื้อสินค้าได้ ในขณะที่สินค้าอุปโภคหลายชนิด เช่น กลุ่มเหล็ก กลุ่มปลากระป๋อง ก็เป็นสินค้าหนึ่งที่ได้เสนอขอปรับราคา ซึ่งขั้นตอนในการปรับราคาจะต้องมีการดำเนินการตรวจสต๊อกของผู้ผลิต รวมถึงต้นทุน และผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพื่อนำมาพิจารณาเช่นกัน

นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า มีสินค้า 10% ของสินค้ากว่า 200 รายการที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันที่กระทรวงดูแลราคาอยู่ มีต้นทุนสูงขึ้นจริง แต่แหล่งข่าวพาณิชย์บอกว่ามีอยู่ 20% หรือ 40 รายการต้นทุนสูงขึ้น มากกว่า รมว.พาณิชย์บอกมีแค่ 20 รายการ

นอกจากนั้นขณะนี้พบว่าราคาสินค้าสำหรับบริโภคหลายชนิด เช่น ไข่ไก่ เนื้อสุกร น้ำมันถั่วเหลือง เริ่มขยับตัวขอปรับราคา เนื่องจากต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มโดยเฉพาะราคาอาหารสัตว์ที่แพงขึ้นจากราคาข้าวโพด มันสำปะหลัง กากถั่วเหลือง เพิ่มสูงขึ้น

รัฐเพิ่มราคาประกันข้าว

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบปรับราคาประกันข้าวเพิ่มขึ้น ตามที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เสนอ โดยได้พิจารณาปรับราคารับประกันราคาเพิ่มอีกตันละ 1,000 บาท โดยข้าวปทุมปรับเป็น 1.15 หมื่นบาท ข้าวเจ้า 1.1 หมื่นบาท ข้าวเหนียว 1 หมื่นบาท และขยายปริมาณที่จะเข้าโครงการได้จากเดิมกำหนดไว้ 25 ตัน ก็ขยับให้เป็น 30 ตันต่อครัวเรือน

ภายหลังที่เกษตรกรชาวนาได้ปิดถนนประท้วงและเรียกร้องให้ปรับราคาประกันเป็น 1.4 หมื่นบาท เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ซึ่งที่ประชุม กขช.เห็นว่าจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนั้น น่าจะปรับให้เพียง 1,000 บาทต่อตัน ซึ่งสอดคล้องกับราคาตลาดข้าวของโลกและเพื่อไม่ให้กระทบกับราคาข้าวบริโภคในประเทศ อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมการข้าวและสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ไปตั้งโต๊ะหารือกับแกนนำชาวนาในเรื่องนี้อีกครั้ง

ยันมีเงินตรึงดีเซลถึงเม.ย.

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตรไปจนถึงสิ้นเดือน เม.ย.นี้ ตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป โดยปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงใช้เงินอุดหนุนน้ำมันดีเซลอยู่ 5 บาทต่อลิตร ทำให้ราคาน้ำมันดีเซลจำหน่ายได้ในราคา 29.99 บาทต่อลิตร ล่าสุดกองทุนน้ำมันฯ มีเงินอยู่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท หากเงินใกล้หมดได้เตรียมมาตรการอื่นๆ ไว้รองรับ โดยยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะใช้วิธีการใด แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการกู้เงินเพื่อมาพยุงราคาน้ำมันดีเซล

ทั้งนี้ เงินกองทุนฯ จำนวน 2.1 หมื่นล้านบาทนั้นยังไม่ได้คิดถึงการหักภาระที่กองทุนน้ำมันฯ ที่ต้องนำไปพยุงราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) และการอุดหนุนพลังงานทดแทน อาทิ แก๊สโซฮอล์ต่างๆ โดยหากหักภาระที่ต้องชดเชยดังกล่าว จะทำให้เงินกองทุนน้ำมันฯ เหลือเพียง 7,000 ล้านบาทเท่านั้น สำหรับพยุงราคาน้ำมันดีเซลได้ โดยแต่ละเดือนกองทุนน้ำมันฯ ต้องใช้เงินพยุงราคาดีเซลประมาณ 5,000-7,000 ล้านบาท

ตบเท้าสมัครกสทช. 90 คน

ภายหลังที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในฐานะฝ่ายธุรการในการสรรหาบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดรับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหาตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. 2554 ที่ผ่านมามียอดผู้สมัครเข้ารับการสรรหารวมทั้งสิ้น 90 คน โดยผู้สมัครมีบุคคลที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก สนใจเข้ารับการสรรหาด้วย อาทิ อดีตคณะกรรมการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เช่น นายประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร พ.อ.นที ศุกลรัตน์ นายพนา ทองมีอาคม และนายสุธรรม อยู่ในธรรม

นอกจากนี้ ยังมีข้าราชการ อาทิ นายกฤษณพร เสริมพานิช อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ รองปลัดกระทรวงไอซีที นางจรวยพร ธรณินทร์ กรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ในส่วนของนักสื่อสารมวลชน อาทิ นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท นายจักรพันธุ์ ยมจินดา โดยกระบวนการสรรหาผู้สมัครทั้งในส่วนการสรรหาและการคัดเลือกกันเองจากสมาคมวิชาชีพบัญชีละ 22 คน รวมเป็น 44 คน เสนอให้วุฒิสภาพิจารณาเลือกเหลือ 11 คน ภายใน 60 วัน เพื่อมาเป็น กสทช.

อุตฯดัดหลังพวกกักตุนน้ำตาล

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม ยืนยันว่าจะดูแลไม่ให้เกิดปัญหาน้ำตาลขาดตลาด โดยจะเสนอเพิ่มน้ำตาลโควตา ก. สำหรับการบริโภคในประเทศอีก 35 ล้านกระสอบ ซึ่งจะทำให้มีปริมาณน้ำตาลเพิ่มเป็น 2830 ล้านกระสอบ จากปกติกำหนดไว้ที่ 25 ล้านกระสอบ ซึ่งในปีนี้คาดว่าผลผลิตอ้อยจะเพิ่มขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 9 ล้านตัน และค่าความหวานก็เพิ่มขึ้น ทำให้เชื่อว่าในปีนี้ปริมาณน้ำตาลจะมากพอสำหรับในประเทศและการส่งออก

รมว.อุตสาหกรรม ระบุว่า หากเกิดภาวะน้ำตาลตึงตัว ก็จะสั่งการให้นำเงินจากกองทุนอ้อยและน้ำตาลออกมาซื้อน้ำตาลในโควตา ก. เพื่อบริหารจัดการเอง เพราะฉะนั้นหากยี่ปั๊ว หรือโรงงานน้ำตาลใดกักตุนก็ขอให้รีบปล่อยออกสู่ตลาด

 

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน