
ไบกอนมุ่งธรรมชาติ ฟุ้งชิงห่านฟ้าขึ้นผู้นำ
ไบกอนเท 100 ล้านบุกตลาดกำจัดแมลงสูตรธรรมชาติ หวังรักษาแชมป์ทุกกลุ่ม หลังโค่นห่านฟ้าขึ้นผู้นำตลาดชนิดขดครั้งแรกในรอบ 30 ปี
ไบกอนเท 100 ล้านบุกตลาดกำจัดแมลงสูตรธรรมชาติ หวังรักษาแชมป์ทุกกลุ่ม หลังโค่นห่านฟ้าขึ้นผู้นำตลาดชนิดขดครั้งแรกในรอบ 30 ปี
นางมัลลิกา อิทธิสกุลชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดกลุ่มภาคพื้นอินโดจีน บริษัท เอส.ซี. ยอห์นสัน แอนด์ ซัน ผู้ผลิตและทำตลาดผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงตราไบกอน เปิดเผยว่า ในปีนี้ได้วางแนวทางการทำตลาดผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงไบกอนทุกประเภท ทั้งแบบขด แบบฉีด และรูปแบบอื่นๆ โดยจะเน้นพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ที่ได้จากสารสกัดธรรมชาติมากขึ้น
สำหรับปีนี้เตรียมทุ่มงบ 100 ล้านบาท สำหรับทำตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่ ไบกอน กลิ่นดิเลมอนนีน สารสกัดจากเปลือกส้ม ผ่านกิจกรรมการตลาดแบบครอบคลุมทุกสื่อตลอดทั้งปี โดยเป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของตลาดสเปรย์กำจัดแมลงกลิ่นดอกลาเวนเดอร์ สารสกัดจากธรรมชาติที่ได้การตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคในตลาด
โดย ไบกอน กลิ่นดิเลมอนนีน จะเป็นสินค้าใหม่กลิ่นที่ 4 ของบริษัท โดยคงราคาจำหน่ายสินค้าเท่าสูตรเดิม คือ ขนาด600 มล.ราคา 94 บาท และ ขนาด 300 มล. ราคา 56 บาท จากก่อนหน้าทำตลาดไบกอนแบบสเปรย์ 3 กลิ่น คือ 1.สูตรเดิม,2.ไร้กลิ่น และ 3.กลิ่นลาเวนเดอร์
ด้านสินค้ากำจัดยุงและแมลงไบกอนแบบขดนั้น ก็จะทำตลาดสินค้านวัตกรรมใหม่เช่นกัน หลังจากไบกอนยากันยุงแบบขดขึ้นเป็นผู้นำตลาดยากันยุงชนิดขดเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี ด้วยส่วนแบ่งตลาด 31% แซงเจ้าตลาดรายเดิมคือ ยากันยุงห่านฟ้า ที่ครองส่วนแบ่งอันดับ 2 ราว 29%
ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 3,870 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนราว 2% และในปีนี้คาดว่าตลาดจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 5.5% หรือมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 4,100 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดแบบสเปรย์สัดส่วน 54% รูปแบบขด 32.5% และรูปแบบอื่นๆ 13.5% และคาดว่าตลาดแบบสเปรย์ในปีนี้จะเติบโตราว 5% ขณะที่ผลิตภัณฑ์ไบกอนเติบโตถึง 9% ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2553 ที่ผ่านมา สูงกว่าตลาดรวมที่เติยโตเพียง 4%
นอกจากนี้ บริษัทได้วางเป้าหมายสิ้นปี 2554 จะครองส่วนแบ่งตลาดรวมผลิตภัณฑ์กำจัดยุงและแมลงเพิ่มเป็น 45% เพื่อรักษาความเป็นผู้นำตลาดและทิ้งห่างจากคู่แข่งสินค้าในประเภทต่างๆ จากปีที่ผ่านมาบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดรวม 42% โดยเชลล์ท็อกซ์ และเชลล์ไดร้ท์ ครองส่วนแบ่งอันดับ 2 และ 3 สัดส่วน 27.4% และ 16.7% ตามลำดับ







