
กองทุนรวมที่ตั้งตารอ ตอน กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน
พูดกันมานาน รอกันมาหลายปีว่า อีกไม่กี่อึดใจก็จะมีกองทุนรวมประเภทใหม่ๆ มาให้นักลงทุนได้มีทางเลือกในการลงทุนเพิ่มมากขึ้น และปีนี้ก็คงจะถึงเวลานั้นเสียที....
พูดกันมานาน รอกันมาหลายปีว่า อีกไม่กี่อึดใจก็จะมีกองทุนรวมประเภทใหม่ๆ มาให้นักลงทุนได้มีทางเลือกในการลงทุนเพิ่มมากขึ้น และปีนี้ก็คงจะถึงเวลานั้นเสียที....
โดย... สวลี ตันกุลรัตน์
พูดกันมานาน รอกันมาหลายปีว่า อีกไม่กี่อึดใจก็จะมีกองทุนรวมประเภทใหม่ๆ มาให้นักลงทุนได้มีทางเลือกในการลงทุนเพิ่มมากขึ้น และปีนี้ก็คงจะถึงเวลานั้นเสียที
เพราะอย่างน้อยๆ ปีนี้เราน่าจะได้ลองลิ้มชิมลางการลงทุนในกองทุนแบบใหม่ 2 ประเภท คือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust : REIT) ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดได้ก่อนกัน
แต่ในฐานะที่เป็น “นักลงทุนรุ่นใหม่ไฟแรง” ก็ควรจะเตรียมความพร้อมก่อนจะเริ่มต้นลงทุนกัน|สักหน่อย โดยไปเริ่มกันที่ “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน” ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และการจัดตั้งกองทุนมาตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค. 2554
เขาลงทุนอะไรกัน
ได้ชื่อว่า กองทุนโครงสร้างพื้นฐานก็ต้องลงทุนใน “กิจการโครงสร้างพื้นฐาน” ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า ประปา รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน ถนน ทางด่วน สนามบิน ท่าเรือน้ำลึก โทรคมนาคม และพลังงานทางเลือก ซึ่งแต่ละอย่างต่างเป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
ปกติการก่อสร้างโครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมักจะเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่ ใช้เงินลงทุนสูง แล้วคนที่จะเป็น “นายทุน” สำหรับโครงการใหญ่ขนาดนี้จะเป็นรัฐบาล แต่ก็รู้ๆ กันอยู่ว่า รัฐบาลไทยไม่ได้ร่ำรวยอะไร เพราะฉะนั้นวิธีที่ถูกนำมาใช้เป็นประจำเมื่อต้องการลงทุนใหญ่ๆ คือ กู้เงิน อาจจะกู้ในประเทศ หรือกู้จากต่างประเทศ
เหมือนกับที่ ณรงค์ชัย อัครเศรณี กรรมการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หยอกขำๆ ในงานสัมมนา MFC Finance Forum “Infrastructure Fund” ว่า “คนไทยเป็นนกเขา เพราะอะไรๆ ก็ กูกู้ กูกู้” ทั้งๆ ที่ความสามารถในการกู้ของภาครัฐชักเริ่มจะปริ่มๆ เต็มทีแล้ว
แต่ถ้ามีกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ภาระหนี้ต่อหัวของคนไทยก็จะไม่ท่วมหัว เพราะแทนที่จะกู้เงินก็เปลี่ยนมาระดมเงินจากประชาชนและนักลงทุนสถาบัน และเมื่อโครงสร้างสาธารณูปโภคมีรายได้เกิดขึ้นก็มีการแบ่งปันรายได้ให้กับนักลงทุน เรียกว่า “Win-Win” กันทุกฝ่าย
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าพอเป็นกองทุนโครงสร้างพื้นฐานแล้วอยากจะลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานแบบไหนก็ได้ เพราะตามประกาศของ ก.ล.ต. ค่อนข้างจะกำหนดหลักเกณฑ์ในการลงทุนเอาไว้ชัดเจนว่า ถ้าเป็นกองทุนที่จะขายให้กับประชาชนคนธรรมดา จะต้องเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ก่อสร้างเสร็จและมีรายได้เกิดขึ้นแล้วเท่านั้น
หรือถ้าจะเป็นโครงการที่ยังมีส่วนที่สร้างไม่เสร็จ ก็ยังสามารถขายให้ประชาชนคนทั่วไปได้เช่นกัน แต่ต้องมีส่วนที่สร้างไม่เสร็จน้อยกว่า 30% ของมูลค่าสินทรัพย์รวมของกองทุน
แต่ถ้าเป็นโครงการที่ยังสร้างไม่เสร็จมากกว่า 30% ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง จึงห้ามนำมาขายให้กับนักลงทุนรายย่อย ขายได้เฉพาะลูกค้ารายใหญ่เท่านั้น แต่นักลงทุนผู้กล้าทั้งหลายไม่ต้องเป็นกังวลว่า โครงการดีๆ จะตกไปอยู่ในกำมือของ “คนรวย” เพียงไม่กี่คน เพราะเมื่อโครงการสร้างเสร็จ ก.ล.ต.บังคับให้ต้องนำกองทุนเข้าตลาดหลักทรัพย์ให้นักลงทุนรายย่อยได้มีโอกาสเข้ามาลงทุน
นอกจากนี้ กองทุนยังสามารถแบ่งประเภทหน่วยลงทุนออกเป็นหลายๆ ชนิดก็ได้ เช่น หน่วยลงทุนคล้ายหนี้ กับหน่วยลงทุนคล้ายทุน โดยที่นักลงทุนที่ซื้อหน่วยลงทุนคล้ายหนี้จะได้รับผลตอบแทนชัดเจนแน่นอนตามที่กองทุนกำหนดไว้ (แบบเดียวกับการซื้อกองทุนตราสารหนี้ หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์)
ขณะที่หน่วยลงทุนคล้ายทุน ก็เหมือนกับการซื้อหุ้นบริษัท ซึ่งจะได้ผลตอบแทนเมื่อบริษัทมีกำไรหรือราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นเท่านั้น หรืออาจจะเป็นหน่วยลงทุนที่ได้รับผลตอบแทนหรือการคืนทุนหลังจากหน่วยลงทุนคล้ายหนี้ ซึ่งหน่วยลงทุนประเภทนี้จะไม่ได้ขายให้นักลงทุนทั่วไป แต่จะขายให้นักลงทุนรายใหญ่เป็นการเฉพาะเจาะจง
และนอกจากกองทุนจะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานโดยตรงแล้ว ก.ล.ต.ยังอนุญาตให้กองทุนสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานอื่น กองทุนต่างประเทศ และหุ้นของบริษัทที่ลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐาน
แต่ไม่ว่าจะลงทุนแบบไหนก็ตาม กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานจะต้องจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 90% ของกำไรสุทธิ
คิดก่อนจะลงทุน
ก่อนหน้าที่จะมีประกาศหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานออกมา ก.ล.ต.ก็พยายามเดินสายให้ความรู้นักลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเด็นที่เป็นข้อควรระวังก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนว่ามีอะไรบ้าง
สินทรัพย์ที่จะลงทุน
เพราะกิจการที่เข้าข่ายว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานมีอยู่หลายประเภท ตั้งแต่ไฟฟ้า ประปา รถไฟฟ้า ทางด่วน สนามบิน ท่าเรือน้ำลึก ไปจนถึงพลังงานทางเลือก ซึ่งกิจการแต่ละอย่างก็จะมีความเสี่ยงที่แตกต่างกัน บางโครงการมีรายได้แน่นอน ความเสี่ยงต่ำ ขณะที่บางโครงการรายได้ไม่แน่นอน ทำให้ความเสี่ยงสูง
ชนิดของหน่วยลงทุน
เพราะกองทุนสามารถแบ่งหน่วยลงทุนออกเป็นหลายประเภท ทั้งที่เป็นหน่วยลงทุนคล้ายหนี้ และหน่วยลงทุนคล้ายทุน ซึ่ง ก.ล.ต.กำชับนักลงทุนให้ทำความเข้าใจ “สิทธิ” และ “ข้อจำกัด” ของหน่วยลงทุนแต่ละประเภทให้เข้าใจก่อนที่จะลงทุน เพราะประเภทหน่วยลงทุนที่แตกต่างกันหมายถึงสิทธิและรายได้ที่ต่างกันด้วย
โครงการสร้างเสร็จ?
เพราะโครงการที่ยังสร้างไม่เสร็จแบบ 100% จะมีความเสี่ยงสูงกว่าโครงการที่สร้างเสร็จและมีรายได้เรียบร้อยแล้ว เพราะโครงการที่ยังสร้างไม่เสร็จก็อาจจะเสร็จไม่ทันตามกำหนด หรืออาจจะมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างมากกว่าที่ประมาณการไว้ ซึ่งจะส่งผลต่อผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับ (ความเสี่ยงในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นแล้วกับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์)
ความเสี่ยงอื่น
เพราะความเสี่ยงก็ยังคงเป็นความเสี่ยงที่เราอาจจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น เทคโนโลยี การเมือง รวมไปถึงภัยธรรมชาติ ที่ต่างส่งผลกระทบต่อการลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานทั้งนั้น
แต่ถ้าเป็นความเสี่ยงที่ควบคุมได้ รวมทั้งความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้ อย่างน้อยเบาใจได้ว่า จากกฎเกณฑ์ที่ ก.ล.ต.ประกาศใช้ดูจะให้ความสำคัญกับการรักษาสิทธิประโยชน์และให้การคุ้มครองนักลงทุนรายย่อยอย่างเต็มที่
ใจร้อนไม่อยากรอ
แม้ว่า สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จะยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า ขณะนี้มีหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ 2 แห่ง ที่มีความพร้อมที่จะตั้งเป็นกองทุนโครงสร้างพื้นฐานแล้ว 2 หน่วยงาน คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการประปานครหลวง (กปน.)
แต่กว่าจะได้ลงทุนกันจริงๆ ก็อาจจะล่วงเข้าครึ่งหลังของปี เพราะต้องรอให้ทั้งสองหน่วยงานได้ไปศึกษาข้อดีข้อเสียให้เรียบร้อยเสียก่อน
เพราะฉะนั้นนักลงทุนที่อดใจไม่ไหวอยากลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐาน จะไปลองชิมลางที่ กองทุนเปิดบัวหลวงโครงสร้างพื้นฐาน (B-INFRA) ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บัวหลวง ที่มีนโยบายลงทุนหุ้นที่ธุรกิจเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ หรือจะเป็น กองทุนเปิดธนชาตอินฟราสตรัคเจอร์ แอนด์ แน็ชเชอรัลรีซอร์ส ฟันด์ ออฟ ฟันด์ (T-INFRA) บลจ.ธนชาต ที่เป็นการลงทุนในต่างประเทศ
เรียกว่า ฝึกปรือฝีมือก่อนจะลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เพราะเมื่อเวลากองทุนคลอดออกมาขายจะได้ “ช่วยชาติ” อย่างสบายใจ







