
พณ.เร่งฟื้นตลาดอียิปต์หลังสถานการณ์คลี่คลาย
“พาณิชย์” ปรับแผนเร่งส่งงานแสดงสินค้าเข้าไปรุกทำตลาดอียิปต์ หลังการเมืองคลี่คลาย ด้านร้านอาหารไทยในอียิปต์ โอดยอดขายหด-ขาดแรงงาน วอนรัฐฟื้นความเชื่อมั่น
“พาณิชย์” ปรับแผนเร่งส่งงานแสดงสินค้าเข้าไปรุกทำตลาดอียิปต์ หลังการเมืองคลี่คลาย ด้านร้านอาหารไทยในอียิปต์ โอดยอดขายหด-ขาดแรงงาน วอนรัฐฟื้นความเชื่อมั่น
นายประกิจ ศิวะรัตนธำรง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ กรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า ขณะนี้ เหตุการณ์ทางการเมืองของอียิปต์เริ่มคลี่คลายไปในสถานการณ์ดีขึ้น หลังจากนี้ กรมฯจะปรับแผนการทำตลาดในอียิปต์ใหม่ เพื่อเร่งฟื้นการค้าและการลงทุนของไทยให้กลับมาเหมือนเดิม โดยรูปแบบใการทำตลาด จะจัดเป็นงานแสดงสินค้าของไทยเอง หรือไทยแลนด์เอ็กซ์ซิบิชั่นจากเดิมที่การทำตลาดไทยจะเน้นเข้าร่วมจัดงานแสดงสินค้าต่างๆในอียิปต์ เพื่อที่จะนำสินค้าอุปโภค บริโภค และสินค้าอุตสาหกรรมของไทย ไปจัดแสดงสินค้ามากขึ้น
ขณะที่ การจัดงานแสดงสินค้า ไคไรแฟร์ ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 17-26 มี.ค.นี้ ต้องรอดูผลตอบรับว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมมงานมากน้อยแค่ไหน แต่กรมฯจะผลักดันผู้ส่งออกของไทยให้ไปเข้าร่วมด้วย โดยยังคงตั้งเป้าหมายการส่งออกในตลาดอียิปต์ปี 2554 เติบโตไม่น้อยกว่า 15% จากปี 2553 ที่มีการส่งออกมูลค่า 760 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าไทยที่เข้าไปทำตลาดในอียิปต์ ได้แก่ ชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ อาหาร และขณะนี้กำลังผลักดันที่จะเร่งส่งออกไก่ทั้งตัวไปตลาดอียิปต์ด้วย
สำหรับสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในประเทศลิเบีย ได้แนะนำให้ผู้ส่งออกไทยปรับแผนการส่งออกให้สอดรับกับสถานการณ์เช่นกัน เพราะเมื่อเหตุการณ์คลี่คลายลง จะได้ไม่กระทบกับธุรกิจที่เข้าไปลงทุนประเทศนั้น โดยไทยยังวางเป้าหมายการส่งออกไปตลาดลิเบียปีนี้ จะยังขยายตัว 10-20% จากปี 2553 ที่มีการส่งออกมูลค่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสินค้าที่ไทยส่งออกไปลิเบียส่วนใหญ่ ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนรถยนต์ และ กลุ่มอาหาร เช่น ปลากระป๋อง ผลไม้กระป๋อง เป็นต้น
นางสาวเชอร์รี่ วงศ์โกมลเชษฐ์ เจ้าของร้านอาหารบัวขาว (ร้านอาหารไทยในอียิปต์) กล่าวว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบในอียิปต์ ทำให้ธุรกิจต้องปิดกิจการไปถึง 1 เดือน สูญเสียรายได้ประมาณ 90 ล้านบาท แม้ว่าขณะนี้จะสามารถเปิดกิจการได้แล้ว เพราะสถานการณ์เริ่มคลีคลาย แต่ก็ประสบปัญหาพนักงานภายในร้านทั้งแม่ครัว พ่อครัว พนักงานเสิรฟ์ ที่ทำงานด้วยกว่า 70 คน ตัดสินใจกลับประเทศไทยจำนวนกว่าครึ่ง ทำให้ร้านกำลังประสบปัญหาไม่มีคนทำงาน อีกทั้งลูกค้าที่มาใช้บริการ ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวยังไม่กล้าเดินทางเข้าประเทศอียิปต์ ทำให้ปัจจุบันมีผู้เข้ามาใช้บริการเพียง 10% เท่านั้น
ทั้งนี้ จึงอยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา เพราะเชื่อว่าสถานการณ์ในครึ่งปีหลังจะกลับมาคลี่คลายอีกครั้ง เนื่องจากรัฐบาลอียิปต์ประกาศลดภาษีนำเข้าอาหาร ซึ่งจะทำให้อาหารไทยทำตลาดในอียิปต์ได้ง่ายขึ้น หากภาครัฐเรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้เร็ว จะทำให้ร้านอาหารไทยและการส่งออกสินค้าอาหารไปยังตลาดอียิปต์ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก







