
ธุรกิจรร.ฟื้นตามท่องเที่ยว
โพสต์ทูเดย์
— ไตรมาส 4 ปี 2553 ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวตามท่องเที่ยว ภาพรวมทั้งปีอ่วมพิษการชุมนุมทางการเมือง ฉุดผลประกอบการขาดทุนนางกมลวรรณ วิปุลากร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERAWAN) เปิดเผยว่า ผลงานปี 2553 ขาดทุนสุทธิ 275 ล้านบาท ลดลง 46 ล้านบาท หรือ 20%
สาเหตุใหญ่จากปัญหาความไม่สงบทางการเมืองในไตรมาส 2/2553 โดยช่วงเดือน เม.ย.พ.ค. โรงแรม 2 แห่ง คือ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ โรงแรมคอร์ทยาร์ด และศูนย์การค้าเอราวัณ แบงค็อก ซึ่งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวต้องปิดให้บริการชั่วคราว
ขณะที่ไตรมาส 4 ปี 2553 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้ฟื้นตัวต่อเนื่อง จำนวนนักท่องเที่ยวไตรมาสนี้ 4.6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาส 4 ปี 2552 และเพิ่ม 24% จากไตรมาส 3 ปี 2553 ส่งผลดีต่อธุรกิจ โดยไตรมาส 4 ปี 2553 ผลดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 991 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาส 4/2553 และเพิ่มขึ้น 21% จากไตรมาส 3 ปี 2553
สำหรับรายได้ธุรกิจโรงแรมซึ่งเป็นรายได้หลัก 90% ของกิจการ ปรับตัวขึ้น 1% จากไตรมาส 4 ปี 2552 สาเหตุจากการเพิ่มขึ้นของรายได้โรงแรมที่เปิดให้บริการ 2 แห่ง เติบโตแข็งแกร่ง ขณะที่ธุรกิจเช่าพื้นที่มีสัดส่วน 10% ของรายได้ ปรับตัวลดลง 2% จากรายได้ที่ลดลงของเอราวัณ แบงค็อก
นางปรารถนา มงคลกุล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) กล่าวว่า อัตรากำไรก่อนหักภาษีและค่าเสื่อมในปีนี้จะสูงกว่าปีก่อน ซึ่งมีจำนวน 19% และจะกลับไปในระดับปกติใกล้เคียงกับปี 2552 ที่ 22% สาเหตุจากอัตราการเข้าพักปีนี้จะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 60% เพิ่มจาก 50% ในปีที่ผ่านมา และใกล้เคียงกับระดับปกติที่ 70% แล้ว
นอกจากนี้ บริษัทจะมีการโอนโครงการขนาดใหญ่ คือ เซนต์ รีจีส โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนเชียล ราชดำริ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของรายได้ และธุรกิจอาหารคาดว่าจะขยายตัวได้ดีอยู่
ทั้งนี้ บริษัทเตรียมออกหุ้นกู้ 1,500 ล้านบาท ภายในไตรมาสแรกนี้ จากวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปชำระหนี้เดิม







