
สศค.คาดเศรษฐกิจปี 53 เติบโต 3.5%
สศค.ประเมินเศรษฐกิจปี 52 หดตัวแค่ 2.8% และจะโต 3.5% ในปีนี้ ด้านนักเศรษฐศาสตร์ เชื่อ เศรษฐกิจไทยฟื้นจริง แต่ยังต้องระวังปัจจัยภายนอก
สศค.ประเมินเศรษฐกิจปี 52 หดตัวแค่ 2.8% และจะโต 3.5% ในปีนี้ ด้านนักเศรษฐศาสตร์ เชื่อ เศรษฐกิจไทยฟื้นจริง แต่ยังต้องระวังปัจจัยภายนอก
นายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวปาฐกถาหัวข้อ แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2553 การฟื้นตัวบนความท้าทาย ในเวทีสัมมนาวิชาการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (FPO Forum)ว่า วิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมาได้เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของประเทศไทยให้แกร่งขึ้น โดยจากประสบการณ์วิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 ซึ่งมีต้นตอมาจากการกู้หนี้ยืมสินที่เกินตัว ทำให้คนไทยมีวินัยในการกู้ยืมมากขึ้น รวมถึงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ช่วงปลายปี 2551 ซึ่งส่งผลให้การส่งออกของไทยไปยังสหรัฐฯ ลดน้อยลง ได้ทำให้ไทยได้มีการกระจายความเสี่ยงโดยการหาตลาดการส่งออกใหม่ อาทิ จีน ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง และเวียดนาม
จากภูมิคุ้มกันที่แกร่งขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยได้ฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าในไตรมาสที่ 4 ปี 2552 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวถึง 3.6% ต่อปี จากในเดือนธ.ค. 2552 ที่การส่งออกขยายตัว 26.1% ต่อปี และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวถึง 1.6 ล้านคน ส่งผลให้ทั้งปี 2552 เศรษฐกิจไทยหดตัวเพียง -2.8% ต่อปี และในปี 2553 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่อเนื่องที่ 3.5% ต่อปี
อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการ อาทิ ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการลดหรือเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลต่าง ๆ ผลกระทบจากการเปิดเสรีการค้าอาเซียน (อาฟต้า) ที่ทำให้การแข่งขันในภูมิภาคมีความเข้มข้นมากขึ้น ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น และความผันผวนของค่าเงิน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่มากขึ้น ทั้งนี้ นายสาธิตฯ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับตัวของภาคเอกชน โดยเฉพาะในเรื่องการสร้างมูลค่าเพิ่มของผลผลิตไทย และการบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงิน
และในการเสวนาหัวข้อ เศรษฐกิจปีเสือ ฟื้นจริงหรือ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้บริหารส่วนกลยุทธ์นโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มองว่า เศรษฐกิจโลกมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้น แต่การฟื้นตัวดังกล่าวยังอยู่บนพื้นฐานที่เปราะบางจากภาคแรงงานสหรัฐฯ ที่ยังไม่ดีขึ้น กอปรกับความอ่อนแอของสถาบันการเงินสหรัฐฯ ที่ได้รับผลกระทบจากหนี้เสียในภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่จะเป็นข้อจำกัดในการจับจ่ายใช้สอยของภาคเอกชน นอกจากนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ได้ก่อให้มีสภาพคล่องที่สูง อันนำไปสู่ความผันผวนของตลาดเงินและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในช่วงที่ผ่านมา
ในขณะที่ นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยฟื้นขึ้นจริงในปี 2553 มีปัจจัยบวก ได้แก่ ราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้นส่งผลดีต่อการบริโภคภาคเอกชน ขณะที่ภาพรวมของเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวและการส่งออก รวมทั้งการเมืองและกฎหมายที่เอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในแต่ละภูมิภาคของไทย ซึ่งจะช่วยทำให้การฟื้นตัวของไทยกระจายไปอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังวลในสถานการณ์ การเมืองไทย และการฟื้นตัวของประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ
นายฉัตรชัย บุญรัตน์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเสรีการค้าที่มากขึ้น การให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย เป็นต้น สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง คือ ความมีมาตรฐานสากล ความปลอดภัย ความมั่นคง และความยั่งยืน โดยได้เสนอยุทธศาสตร์หลักในการพัฒนาเศรษฐกิจไทย เช่น การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การปรับปรุงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ และรักษาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต เป็นต้น







