
เอกนิติ ชง ครม.เคาะเกณฑ์ใหม่ Data center อังคารนี้ แบ่ง 7 ระดับให้เวลาปรับตัว 1 ปี
เอกนิติเตรียมชง ครม. เคาะร่างนโยบายกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ อังคารนี้ แบ่ง 7 ระดับตามการใช้ไฟ พร้อมกำหนดมาตรฐาน 4 มิติ ให้เวลาปรับตัว 1 ปี
KEY
POINTS
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เตรียมเสนอเกณฑ์กำกับดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารนี้ เพื่อวางกรอบการกำกับดูแลและดึงดูดการลงทุน AI
- สาระสำคัญของเกณฑ์ใหม่คือการแบ่งดาต้าเซ็นเตอร์ออกเป็น 7 ระดับตามขนาดการใช้ไฟฟ้า เพื่อกำหนดความเข้มข้นของมาตรฐานให้เหมาะสมกับแต่ละขนาด
- ผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ที่เปิดดำเนินการแล้วและที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จะได้รับระยะเวลา 1 ปีในการปรับปรุงให้เป็นไปตามมาตรฐานใหม่
หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ มีมติเห็นชอบ (ร่าง) นโยบายการกำกับดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เมื่อวัน 27 ต.ค.2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า กระทรวงการคลังเตรียมนำเรื่องเสนอเกณฑ์ดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารนี้ (10 พ.ย. 69) เพื่อวางกรอบกำกับดูแลให้เป็นระบบ ชูจุดยืนดึงดูดการลงทุน AI ควบคู่ไปกับการดูแลทรัพยากรและสังคมอย่างสมดุล
สาระสำคัญของร่างนโยบายใหม่นี้ แบ่งออกเป็น 3 เรื่องหลัก
1. รวบข้อมูลภาครัฐไว้จุดเดียว (Dashboard TH-DC) โดยมอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ทำระบบรวบรวมข้อมูลการอนุมัติ-อนุญาตจากทุกหน่วยงานรัฐ เพื่อให้การติดตามโครงการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
2. แบ่งดาต้าเซ็นเตอร์เป็น 7 ระดับ ตามขนาดการใช้ไฟฟ้า เพื่อกำหนดความเข้มข้นของมาตรฐานให้เหมาะกับขนาดโครงการ ไม่เหมาเข่ง โดยแบ่งดังนี้
ระดับ 1 ใช้ไฟ 0-0.5 เมกะวัตต์
ระดับ 2 ใช้ไฟ 0.5-5 เมกะวัตต์
ระดับ 3 ใช้ไฟ 5-10 เมกะวัตต์
ระดับ 4 ใช้ไฟ 10-20 เมกะวัตต์
ระดับ 5 ใช้ไฟ 20-50 เมกะวัตต์
ระดับ 6 ใช้ไฟ 50-200 เมกะวัตต์
ระดับ 7 ใช้ไฟมากกว่า 200 เมกะวัตต์ขึ้นไป
3. คุมเข้มมาตรฐานขั้นต่ำ 4 ด้าน ครอบคลุมทั้ง 1. ที่ตั้งและการใช้ประโยชน์ที่ดิน (รวมถึงสำรองน้ำมันปั่นไฟ) 2. การเชื่อมไฟ-น้ำ 3. มาตรฐานสิ่งแวดล้อม (CoP) 4. ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม โดยกลุ่มใช้ไฟเล็ก (ระดับ 1-4) จะใช้เกณฑ์พื้นฐานและตั้งในพื้นที่พาณิชยกรรมได้ ส่วนกลุ่มใช้ไฟใหญ่ (ระดับ 5-7) จะเจอเกณฑ์ที่เข้มข้นมากขึ้น
สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ที่เปิดแล้ว 63 แห่ง และอยู่ระหว่างสร้างอีก 20 แห่ง ภาครัฐให้ระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 8-12 เดือน (1 ปี) ในการปรับปรุงให้ได้ตามมาตรฐาน CoP ส่วนโครงการที่ยังไม่มีใบอนุญาตจะถือเป็นรายใหม่ทั้งหมด
ขณะที่โครงการใหม่ที่รอเข้าสู่อีกกว่า 100 โครงการ (ความต้องการใช้ไฟรวม 3 กิกะวัตต์) คณะอนุกรรมการฯ จะประเมินศักยภาพพื้นที่ทั้งน้ำและไฟ พร้อมให้ผู้ประกอบการเข้ายื่นแผนงาน (Pitching) เพื่อดูประโยชน์ที่ไทยจะได้รับ ทั้งการสร้างห่วงโซ่อุปทานและการเปิดให้ SMEs ไทยเข้าถึงพลังประมวลผล คาดว่าจะเริ่มอนุมัติโครงการใหม่ได้เร็วสุดในเดือนธันวาคมนี้







