
กระทรวงการคลัง เร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ฟื้นฟูอาชีพเร่งด่วน
กระทรวงการคลัง เร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ครอบคลุมทั้งการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นระหว่างประสบภัย ภาระหนี้เดิม และเงินทุนสำหรับซ่อมบ้านตลอดจนเงินทุนเพื่อฟื้นฟูอาชีพ
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการในหลายพื้นที่ ทั้งด้านที่อยู่อาศัย การดำรงชีวิต และประกอบอาชีพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจึงได้มอบหมายให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึงและตรงจุด ครอบคลุมทั้งการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นระหว่างประสบภัย ภาระหนี้เดิม และเงินทุนสำหรับซ่อมบ้านตลอดจนเงินทุนเพื่อฟื้นฟูอาชีพ
สถาบันการเงินเฉพาะกิจได้ออกมาตรการที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประสบอุทกภัยในทุกกลุ่มอย่างครอบคลุม ได้แก่ สินเชื่อฉุกเฉินและสินเชื่อฟื้นฟูสำหรับเกษตรกรจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) การสนับสนุนสินเชื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.)
การบรรเทาภาระหนี้ด้วยมาตรการพักชำระหนี้ของประชาชนจากธนาคารออมสิน ธอส. และ ธอท. การขยายระยะเวลาชำระหนี้สำหรับผู้ประกอบการจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) และธนาคารเพื่อส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.)
สินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการจากธนาคารออมสิน ธพว. ธสน. และ ธอท. รวมถึงการพักชำระค่าธรรมเนียมและค่างวดเพื่อลดค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการจากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ทั้งนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีผลการดำเนินการช่วยเหลือจำนวนรวม 160,515 ราย จำนวน 27,592 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือทางการเงินของผู้ที่ได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือน้ำท่วม ณ กระทรวงการคลัง เพื่อเป็นจุดกลางในการรับเรื่องให้ข้อมูลและประสานความช่วยเหลือแก่ประชาชนรวมและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยรวบรวมมาตรการและช่องทางการช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาไว้ในจุดประสานงานเดียว เพื่อให้สามารถรับเรื่องและส่งต่อความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็วและตรงกับปัญหาและความต้องการของผู้ประสบภัย
ทั้งนี้ ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถสอบถามรายละเอียดมาตรการหรือแจ้งปัญหาในการขอรับความช่วยเหลือ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1689 กด 1 หรือ 4 โดยศูนย์ดังกล่าวเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์เวลา 09.00 – 16.00 น.
โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระทางการเงินของผู้ประสบอุทกภัยได้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายทั้งประชาชน เกษตรกรและผู้ประกอบการตลอดจนฟื้นฟูกิจการ พร้อมทั้งสนับสนุนเงินทุนเพื่อให้ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย อาคาร โรงงาน เครื่องจักร
ตลอดจนฟื้นฟูการประกอบอาชีพและการดำเนินธุรกิจให้กลับมาเป็นปกติได้โดยเร็ว โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อสถาบันการเงินเฉพาะกิจแต่ละแห่งเพื่อขอรับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและสนับสนุนให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ประสบอุทกภัยดำเนินต่อไปได้







